อาทิตย์ที่แล้วมีโอกาสไปเดินดูหนังสือที่ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ เนื่องจากมีโอกาสแวะไปแถวนั้น จริงๆ แล้วเป็นพวกชอบไปเดินร้านหนังสือ แต่มาอยู่นอกเมืองซะขนาดนี้ เลยไม่ค่อยมีร้านหนังสือใหญ่ๆ ให้เดินดูเท่าไหร่ ขนาดศูนย์หนังสือมธ.ยังไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่เลย วันก่อนไปเจอหนังสือชื่อ “คำช่วย ช่วยด้วย” พิมพ์โดยส.ส.ท. เป็นหนังสืออธิบายการใช้คำช่วยในภาษาญี่ปุ่นได้ค่อนข้างดี มีตัวอย่างให้เห็นภาพเยอะ ทำให้เราซึ่งเป็นพวกเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบมั่วๆ เข้าใจความหมายของคำช่วยได้เยอะขึ้นทีเดียว ปกติจะเรียนคำช่วยแค่ไม่กี่คำ ที่เหลือก็อาศัยความเคยชิน หรือไม่ก็ใช้จำเอาจากประโยคที่เคยได้ยิน ไม่เคยเรียนความหมาย หรือการใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้บางทีใช้ไปโดยไม่เข้าใจความหมายของคำๆ นั้น
คำช่วย (หรือ 助詞 (อ่านว่า โจะชิ)) เป็นคำที่ใช้ต่อท้ายคำนามหรือวลีต่างๆ ในประโยค เพื่อระบุหน้าที่ของคำๆ นั้นในประโยค เนื่องจากไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นไม่ใช้ตำแหน่งของคำกำหนดหน้าที่ของคำในประโยค เช่น พูดว่า “ฉันกินข้าว” ประโยคนี้ประกอบด้วย 3 คำ คือ ฉัน, กิน, ข้าว พอเราเห็นว่า “กิน” เป็นคำกริยา เราก็จะรู้ได้ทันทีว่า “ฉัน” เป็นประธานเพราะวางไว้ก่อนคำกริยา ส่วน “ข้าว” เป็นกรรมของประโยค แต่ภาษาญี่ปุ่นจะไม่ระบุตำแหน่งแบบนี้ เพราะไวยากรณ์กำหนดแค่ให้วางกริยาไว้ท้ายประโยค จะสร้างประโยคเป็น “ประธาน+กรรม+กริยา” หรือ “กรรม+ประธาน+กริยา” ก็ได้ เช่น ประโยค “ฉันกินข้าว” จะเขียนว่า “ฉันข้าวกิน” หรือ “ข้าวฉันกิน” ก็ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการใช้ “คำช่วย” เพื่อขจัดความกำกวมเกี่ยวกับตำแหน่งออกไป โดยระบุว่า “ฉัน” เป็นประธาน และ “ข้าว” เป็นกรรมของประโยค เช่น 私が飯を食べる จะเขียนเป็น 飯を私が食べる ก็ได้ หมายความว่า “ฉันกินข้าว” เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่นิยมแบบแรกมากกว่า คือเอาประธานวางไว้ต้นประโยค จะว่าไปแล้วภาษาญี่ปุ่นนี่ก็ใช้ความเคยชิน (ความน่าจะเป็น/สถิติ) มาช่วยเยอะนะ อย่างพวกการเลือกใช้คำ เวลาเปิดพจนานุกรม ก็จะมีคำให้เลือกหลายคำ (เนื่องจากภาษาญี่ปุ่นมีคำประสมเยอะมาก) อาจจะมีความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย หรือบางครั้งก็ความหมายเหมือนกัน แต่คำหนึ่งใช้เวลาเป็นทางการมากๆ คำหนึ่งใช้ในบทสนทนา จริงๆ ในพจนานุกรมน่าจะมีระบุพวกนี้ไว้ด้วยนะ ถ้าจะให้ดีระบุความน่าจะเป็นไว้ให้เลยก็น่าจะเข้าใจง่ายดี
ส่วนเรื่องคำช่วย พูดไปแล้วก็ดูเหมือนไม่ยากเท่าไหร่ แค่ระบุหน้าที่ของคำเท่านั้น แต่เอาเข้าจริง คำช่วยพวกนี้เอาไปใช้ในระบุความหมายต่างๆ ที่ซับซ้อนมากกว่าระบุหน้าที่ของคำในประโยค เช่น ระบุทิศทางของการกระทำ ระบุเพื่อเน้นคำ เน้นความหมาย ใช้กันจิปาถะมาก ดังนั้นคำช่วยจึงเป็นเหมือนยาขมอีกตัวหนึ่งของคนเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะเปลี่ยนคำช่วยแค่คำเดียว ความหมายก็อาจจะเปลี่ยนไปในทางกลับกันเลยก็ได้ เช่น 廊下に出る แปลว่าออกไปที่ระเบียง เนื่องจากใช้คำช่วย “に” ซึ่งทำหน้าที่ระบุปลายทาง ถ้าเปลี่ยนคำช่วยนี้เป็น “を” ซึ่งใช้ระบุกรรมของกริยา ประโยค 廊下を出る จะแปลว่าออกจากระเบียง (ไปที่อื่น) แทน
เริ่มเขียนถึงหนังสือ ทำไปทำมากลายเป็นเรื่องคำช่วยไปแล้ว สรุปว่าหนังสือเล่มนี้ก็เขียนได้น่าสนใจทีเดียว แต่อาจจะเหมาะสำหรับคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นพอสมควร ไม่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มเรียนเท่าไหร่ เพราะถ้ายังไม่ค่อยชิน อ่านไปอ่านมาอาจจะงงได้
เมื่อวานเพิ่งได้ดูตอนพิเศษ (ตอนจบ) ของละครเรื่อง プロポーズ大作戦 (Operation Love) ซึ่งเป็นเรื่องของเคน (แสดงโดยยะมะชิตะ) ที่ต้องไปร่วมงานแต่งงานของเร (นะงะซะวะ มะซะมิ) เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยประถม ภายในงานเลี้ยงมีการแสดงภาพถ่ายต่างๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ในภาพเหล่านี้มักจะมีเคน (หรือเคนโซ ตามที่เรชอบเรียก) อยู่ด้วยเสมอ ทำให้เคนเกิดความรู้สึกเศร้าและเสียดายที่สุด ที่ปล่อยโอกาสต่างๆ ให้ผ่านไป โดยไม่มีโอกาสบอกความในใจให้เรรู้ ทั้งๆ ที่มีเวลาและโอกาสอยู่กับเรมากมาย ความคิดของเคนนี้ก็ร้อนไปถึงเทวดาที่อยู่โบสถ์ที่จัดงานแต่งงาน ที่เห็นว่าเป็นครั้งแรกที่คนมาร่วมงานแต่งงานรู้สึกคับแค้นใจตัวเองมากขนาดนี้ จึงเสนอโอกาสให้เคนย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์ต่างๆ ในภาพถ่าย แต่จะย้อนเวลาไปถึงก่อนเวลาถ่ายภาพไม่นานนัก โดยเคนจะต้องพยายามเปลี่ยนแปลงอดีตหรือบอกรักเรให้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การถ่ายภาพๆ นั้น
ช่วงแรกของละครเรื่องนี้จะออกแนว romantic-comedy แต่ตอนหลังๆ เมื่อผู้ชมได้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆ มากขึ้น ส่วน comedy ก็ค่อยๆ หายไป เหลือแต่ความพยายามของเคนในการทำให้เรเปลี่ยนใจกลับมาหาตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วเรก็ชอบเคนอยู่เหมือนกัน แต่เรไม่มั่นใจและไม่เคยเห็นเคนแสดงออกถึงความรักนั้นเลย สุดท้ายเรเลยหันไปหาทะดะซังผู้ชายที่เรอาจจะไม่ได้ชอบมาตั้งแต่ต้น แต่มีความรักที่จริงใจต่อเร
จริงๆ แล้วละครเรื่องนี้จบไปตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนแล้ว แต่มาทำเป็นตอนจบพิเศษอีกหนึ่งตอน เพื่อคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่ยังทิ้งค้างไว้ ดูละครเรื่องนี้แล้ว บางทีก็อยากกลับไปแก้ไขบางอย่างในอดีตเหมือนกันนะ บางทีก็นึกเอาเองเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจอย่างนั้น (วะ)
翼の折れた天使たち (Tsubasa no oreta tenshi-tachi) เป็นละครพิเศษที่สร้างขึ้นจากนิยายของ Yoshi เพิ่งไปอ่านประวัติมาว่า เป็นนักเขียนชื่อดังที่แต่งเรื่องลงเว็บบนมือถือ อ้างด้วยว่าแต่งจากเรื่องจริง ละครชุดนี้ดำเนินเรื่องโดยใช้ตัวเอกเป็นเด็กสาว (นางฟ้า) แต่ละคนมีปัญหาชีวิตแตกต่างกันไป เพื่อสะท้อนปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันของญี่ปุ่น เช่น ความสุดโต่งในด้านวัตถุนิยม เห็นเงินเป็นพระเจ้า การเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงคนเดียว … ในด้านเนื้อหาแม้ว่าจะไม่ร่าเริงสดใส เพราะเน้นที่ปัญหาชีวิต แต่ก็ให้แง่คิดเกี่ยวกับชีวิตได้ดีพอสมควร (ที่ใช้แค่พอสมควร เพราะบางส่วนก็ดูเป็นปัญหาง่ายๆ แต่ทำไมตัวละครคิดไม่ตก แต่ถ้าพิจารณาในฐานะที่ตัวเอกเป็นเด็กวัยรุ่น ก็พอเข้าใจได้)
นอกจากเนื้อหาแล้ว ละครเรื่องนี้ยังเน้นที่ภาพสวย สวยมากๆ เพลงประกอบก็เพราะ แถมนางฟ้าปีกหักแต่ละคนก็น่ารักทั้งนั้น ตั้งแต่อุเอะโตะ อะยะ (นางเอกหนังเรื่องอะซึมิ), โฮริคิตะ มะกิ (นางเอกละครเรื่องคุโระซะกิ) แต่ส่วนใหญ่จะมาในแนวเศร้า และเสียดายที่มีเพียงสี่ตอนออกอากาศในปีที่แล้ว ส่วนปีนี้มีสี่ตอนเพิ่งจะออกอากาศไป สงสัยต้องไปหามาดูอีก อ้อ มีตอนหนึ่งมีแอล (จากเรื่องเดธโน้ต) เล่นด้วย เห็นแล้วแค่คุ้นๆ จำไม่ได้หรอกว่าเป็นแอล ด้วยความสงสัยเลยลองเช็คดู ถึงได้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน นับว่าเรื่องเดธโน้ตทำได้ดีทีเดียว เปลี่ยนนักแสดงธรรมดาให้กลายเป็นแอลได้อย่างสมบูรณ์