<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Cholwich's blog &#187; education</title>
	<atom:link href="http://cholwich.org/wordpress/tag/education/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://cholwich.org/wordpress</link>
	<description>Just another blog of mine</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Jun 2011 02:00:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทุนกระทรวงศึกษาฯ ญี่ปุ่น</title>
		<link>http://cholwich.org/wordpress/2008/06/17/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://cholwich.org/wordpress/2008/06/17/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Jun 2008 09:16:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cholwich</dc:creator>
				<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[education]]></category>
		<category><![CDATA[monbukagakusho scholarship]]></category>
		<category><![CDATA[scholarship]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://cholwich.org/wordpress/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[ในฐานะที่เคยเป็นผู้รับทุนการศึกษานี้มาก่อน ช่วงนี้ยังไปช่วยเกี่ยวกับการแนะนำการสมัครทุนนี้ ผ่านทางมหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกัน แถมระยะหลังก็มีคนแปลกหน้าโทรมาถามเรื่องนี้บ่อยๆ จนถูกแซวว่าไปทำงานฝ่ายรับเข้าของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นแล้วหรือไง เลยขอเอามาเล่าทิ้งไว้ในนี้ด้วยดีกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนที่ผ่านไปผ่านมาบ้าง ทุนการศึกษานี้เป็นทุนที่กระทรวงศึกษาฯ ของญี่ปุ่นให้แก่นักศึกษาจากประเทศต่างๆ เพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ทุนนี้มีหลายประเภท ให้กับผู้รับทุนหลายๆ แบบ แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้จะเกี่ยวกับทุนประเภทนักศึกษาวิจัย (research student) เท่านั้น อย่างอื่นผมก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไรนัก ลองไปหาข้อมูลจากเว็บไซท์ของสถานทูตน่าจะดีกว่า ที่เรียกว่าทุน Monbukagakusho ก็เพื่อคำนี้เป็นชื่อของกระทรวงศึกษาของญี่ปุ่น (文部科学省) ซึ่งปัจจุบันคนญี่ปุ่นจะนิยมเรียกสั้นๆ ว่า Monkasho (文科省) แต่เดิม (สมัยผมสมัครทุนนี้) เขาเรียกว่าทุน Monbusho เพราะเดิมกระทรวงชื่อนี้ เพิ่งมาเปลี่ยนใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยเพิ่มส่วนที่ดูแลวิทยาศาสตร์ หรือ Kagaku (科学) เข้าไปด้วย ชื่อทุนก็เลยเปลี่ยนไปตามชื่อกระทรวงด้วย ทีนี้มาดูคำว่า &#8220;นักศึกษาวิจัย (research student, 研究生 (kenkyusei))&#8221; ล่ะกัน นักศึกษาวิจัย คือ นักศึกษาที่ทำงาน (วิจัย) ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เรียนอยู่ในหลักสูตรใดๆ ของมหาวิทยาลัย สถานะนักศึกษาวิจัยนี้จะเป็นสถานะแรกของผู้ได้รับทุนนี้เมื่อไปถึงญี่ปุ่น กล่าวคือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะที่เคยเป็นผู้รับทุนการศึกษานี้มาก่อน ช่วงนี้ยังไปช่วยเกี่ยวกับการแนะนำการสมัครทุนนี้ ผ่านทางมหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกัน แถมระยะหลังก็มีคนแปลกหน้าโทรมาถามเรื่องนี้บ่อยๆ จนถูกแซวว่าไปทำงานฝ่ายรับเข้าของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นแล้วหรือไง เลยขอเอามาเล่าทิ้งไว้ในนี้ด้วยดีกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนที่ผ่านไปผ่านมาบ้าง</p>
<p>ทุนการศึกษานี้เป็นทุนที่กระทรวงศึกษาฯ ของญี่ปุ่นให้แก่นักศึกษาจากประเทศต่างๆ เพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ทุนนี้มีหลายประเภท ให้กับผู้รับทุนหลายๆ แบบ แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้จะเกี่ยวกับทุนประเภทนักศึกษาวิจัย (research student) เท่านั้น อย่างอื่นผมก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไรนัก ลองไปหาข้อมูลจากเว็บไซท์ของสถานทูตน่าจะดีกว่า ที่เรียกว่าทุน Monbukagakusho ก็เพื่อคำนี้เป็นชื่อของกระทรวงศึกษาของญี่ปุ่น (文部科学省) ซึ่งปัจจุบันคนญี่ปุ่นจะนิยมเรียกสั้นๆ ว่า Monkasho (文科省)  แต่เดิม (สมัยผมสมัครทุนนี้) เขาเรียกว่าทุน Monbusho เพราะเดิมกระทรวงชื่อนี้ เพิ่งมาเปลี่ยนใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยเพิ่มส่วนที่ดูแลวิทยาศาสตร์ หรือ Kagaku (科学) เข้าไปด้วย ชื่อทุนก็เลยเปลี่ยนไปตามชื่อกระทรวงด้วย</p>
<p>ทีนี้มาดูคำว่า &#8220;นักศึกษาวิจัย (research student, 研究生 (kenkyusei))&#8221; ล่ะกัน นักศึกษาวิจัย คือ นักศึกษาที่ทำงาน (วิจัย) ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เรียนอยู่ในหลักสูตรใดๆ ของมหาวิทยาลัย สถานะนักศึกษาวิจัยนี้จะเป็นสถานะแรกของผู้ได้รับทุนนี้เมื่อไปถึงญี่ปุ่น กล่าวคือ เมื่อสมัครสอบ และสอบผ่านแล้ว ก็จะกำหนดอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่ผู้รับทุน โดยผู้รับทุนอาจจะมีสิทธิติดต่ออาจารย์ และขอให้อาจารย์รับเป็นที่ปรึกษาก่อน แต่ทั้งนี้ก็อาจารย์ที่ปรึกษาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ แล้วแต่ทางกระทรวงฯ จะกำหนด แต่ทั้งหมดนี้จะทำเสร็จก่อนที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น เมื่อไปที่ญี่ปุ่นแล้วก็อาจจะมีการเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบเร่งรัดพร้อมๆ กับทำงานตามที่อาจารย์มอบหมาย แล้วจึงสอบเข้าเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทหรือเอก ถ้าสอบผ่าน สถานะของผู้รับทุน ก็จะเปลี่ยนเป็นนักศึกษาในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ต้องลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตร และเรียนให้จบตามเวลาที่กำหนด (หลักสูตรส่วนใหญ่จะเป็น ปริญญาโทสองปี ปริญญาเอกสามปี) โดยจะได้รับทุนต่อเนื่องไปจนกระทั่งเรียนจบ ถ้าเรียนไม่จบตามเวลา ทุนจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ คือ สามารถเรียนต่อไปได้ แต่ไม่มีเงินสนับสนุนอะไรให้ทั้งนั้น ทั้งนี้แต่ละคนจะมีเวลาเป็นนักศึกษาวิจัยอยู่ปีครึ่ง ถ้าสอบเข้าไม่ได้ การให้ทุนก็จะสิ้นสุดเพียงเท่านั้นเช่นเดียวกัน (ทั้งหมดนี้เป็นไปตามกฎสมัยที่ผมเป็นผู้รับทุน คิดว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพวกนี้)</p>
<p>ทุนแบบนี้มีวิธีการให้ทุนอยู่สองทาง คือ ให้ทุนผ่านสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศต่างๆ และให้ทุนผ่านมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าเป็นทางแรกก็จะมีการสมัครสอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์ ตามที่ทางสถานทูตกำหนด เสร็จแล้วสถานทูตก็จะเสนอชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไปทางญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นผู้รับทุนต่อไป ส่วนใหญ่การรับสมัครก็จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคม คงต้องติดตามกับทางสำนักข่าวสารญี่ปุ่นเอาเอง</p>
<p>ทีนี้มาพูดถึงการให้ทุนทางที่สอง ซึ่งผมเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่พอสมควร คือ การให้ทุนผ่านทางมหาวิทยาลัย โดยกระทรวงศึกษาฯ จะกระจายทุนการศึกษาไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยอาจจะเขียนเป็นโครงการเข้าไป เพื่อให้ทุนกับนักเรียนต่างชาติ จำนวนทุนแต่ละปีก็อาจจะแตกต่างกันไปตามการกระจายให้กับมหาวิทยาลัย จากนั้น มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก็จะเป็นผู้กำหนดวิธีการรับสมัครและวิธีการคัดเลือกทุกอย่าง</p>
<p>ดังนั้น วิธีการสมัครทุนแบบนี้จึงหลากหลาย มีวันรับสมัครต่างกันไป ตามแต่ทางโปรแกรมหรือมหาวิทยาลัยจะกำหนด การสมัครทุนแบบนี้จะใช้วิธีสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีส่งเอกสาร หลักฐานต่างๆ ทางไปรษณีย์ แล้วอาจจะมีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทางวิดีโอคอนเฟอเรนท์ หรือบางมหาวิทยาลัยอาจจะส่งอาจารย์มาสอบสัมภาษณ์ที่เมืองไทย (เช่น มหาวิทยาลัยผม เป็นต้น) ทุนแบบนี้อาจจะมีผู้สนใจเยอะ เพราะเงื่อนไขในการสมัครอาจจะไม่เข้มข้นเท่าระเบียบของสถานทูต เช่น เกรดเท่าไหร่ก็สมัครได้ ส่วนใหญ่ไม่มีการสอบข้อเขียน แต่ผมคิดว่าโอกาสที่จะได้ทุนนี้น่าจะยากกว่าที่จะได้จากสถานทูต เพราะมหาวิทยาลัยอาจจะมีทุนอยู่จำนวนไม่มาก (เช่น 60 ทุนต่อปี แบ่งไปตามภาควิชาก็อาจจะได้ภาคละ 2-3 ทุน) แต่ให้ทุนกับนักศึกษาจากทั่วโลก</p>
<p>ในกรณีของมหาวิทยาลัยผม (Tokyo Tech) ปีที่ผ่านมา วิธีการสมัครกำหนดให้ผู้สมัครจะต้องส่งใบสมัครโดยตรง ไปยังอาจารย์ที่ตกลงรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ดังนั้นคนที่จะสมัครจึงจะต้องรู้จักอาจารย์ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นก่อน โดยอาจจะติดต่อสอบถามไปทางอาจารย์โดยตรง หรือให้คนที่รู้จักแนะนำอาจารย์ให้ทางใดทางหนึ่ง ซึ่งปกติก็จะเป็นเรื่องยากอยู่พอควร เพราะอาจารย์คงจะไม่รับทุกคนที่ติดต่อมา หรืออาจจะรับแค่คนเดียวที่คิดว่าดีที่สุด (ทั้งนี้เพราะมีข้อจำกัดของจำนวนทุนด้วย) เมื่อผ่านด่านนี้แล้ว ก็จะต้องไปแข่งขันกับคนอื่นๆ ที่สมัครมาในภาควิชาเดียวกันอีก ดังนั้นคนที่สนใจจะสมัครทุนแบบนี้ จึงต้องพยายามสร้างจุดเด่นให้กับตนเอง ที่อาจารย์สามารถอธิบายให้กับกรรมการได้ว่า ทำไมถึงจะเลือกให้ทุนกับคุณมากกว่าคนอื่นๆ เช่น คุณอาจจะได้เกรดไม่ดีนัก แต่คุณมีผลงานตีพิมพ์ในการประชุมวิชาการ หรือวารสารวิชาการ ซึ่งทำให้มั่นใจว่าคุณมีความสามารถเพียงพอที่จะทำวิจัยด้วยตัวเองในระดับปริญญาโทหรือเอก ฉะนั้นคนที่จะสมัครจึงต้องคำนึงถึงจุดนี้เป็นหลัก</p>
<p>สุดท้ายคือประมาณปลายปีของทุกปี สถานทูตญี่ปุ่นจะจัดงานแนะแนวการศึกษาต่อญี่ปุ่น ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะมาเปิดบูทเพื่อแนะนำการสมัคร และทุนต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ ฉะนั้นคนที่สนใจก็สามารถที่จะติดตามจากงานนี้ได้ ผมก็ได้มีโอกาสไปช่วยงานนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เลยได้รู้ข้อมูลของมหาวิทยาลัย และวิธีการสมัครมาพอสมควร</p>
<p>อ้อ ลืมบอกไปว่า ทุนที่ผ่านทางมหาวิทยาลัยนั้น บางครั้งมหาวิทยาลัยอาจจะให้สถานะเป็นนักศึกษาในหลักสูตรพร้อมกับรับทุนเลย โดยถือว่าการสอบสัมภาษณ์เป็นการรับเข้าเรียนไปด้วย ดังนั้นเมื่อไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็จะต้องลงทะเบียนเรียนเลย อาจจะให้เรียนในหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วเรียนภาษาญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน หรืออาจารย์บางคนก็อาจจะบอกไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย จึงอาจจะหนักกว่าการเป็นนักศึกษาวิจัย ที่มีเวลาปรับตัวพอสมควร แต่ถ้าได้ทุนไปแล้วก็คงไม่มีทางอื่นนอกจากสู้เท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://cholwich.org/wordpress/2008/06/17/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

