Archive

Posts Tagged ‘education’

ทุนกระทรวงศึกษาฯ ญี่ปุ่น

June 17th, 2008

ในฐานะที่เคยเป็นผู้รับทุนการศึกษานี้มาก่อน ช่วงนี้ยังไปช่วยเกี่ยวกับการแนะนำการสมัครทุนนี้ ผ่านทางมหาวิทยาลัยอยู่เหมือนกัน แถมระยะหลังก็มีคนแปลกหน้าโทรมาถามเรื่องนี้บ่อยๆ จนถูกแซวว่าไปทำงานฝ่ายรับเข้าของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นแล้วหรือไง เลยขอเอามาเล่าทิ้งไว้ในนี้ด้วยดีกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนที่ผ่านไปผ่านมาบ้าง

ทุนการศึกษานี้เป็นทุนที่กระทรวงศึกษาฯ ของญี่ปุ่นให้แก่นักศึกษาจากประเทศต่างๆ เพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ทุนนี้มีหลายประเภท ให้กับผู้รับทุนหลายๆ แบบ แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้จะเกี่ยวกับทุนประเภทนักศึกษาวิจัย (research student) เท่านั้น อย่างอื่นผมก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไรนัก ลองไปหาข้อมูลจากเว็บไซท์ของสถานทูตน่าจะดีกว่า ที่เรียกว่าทุน Monbukagakusho ก็เพื่อคำนี้เป็นชื่อของกระทรวงศึกษาของญี่ปุ่น (文部科学省) ซึ่งปัจจุบันคนญี่ปุ่นจะนิยมเรียกสั้นๆ ว่า Monkasho (文科省) แต่เดิม (สมัยผมสมัครทุนนี้) เขาเรียกว่าทุน Monbusho เพราะเดิมกระทรวงชื่อนี้ เพิ่งมาเปลี่ยนใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยเพิ่มส่วนที่ดูแลวิทยาศาสตร์ หรือ Kagaku (科学) เข้าไปด้วย ชื่อทุนก็เลยเปลี่ยนไปตามชื่อกระทรวงด้วย

ทีนี้มาดูคำว่า “นักศึกษาวิจัย (research student, 研究生 (kenkyusei))” ล่ะกัน นักศึกษาวิจัย คือ นักศึกษาที่ทำงาน (วิจัย) ภายใต้การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เรียนอยู่ในหลักสูตรใดๆ ของมหาวิทยาลัย สถานะนักศึกษาวิจัยนี้จะเป็นสถานะแรกของผู้ได้รับทุนนี้เมื่อไปถึงญี่ปุ่น กล่าวคือ เมื่อสมัครสอบ และสอบผ่านแล้ว ก็จะกำหนดอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่ผู้รับทุน โดยผู้รับทุนอาจจะมีสิทธิติดต่ออาจารย์ และขอให้อาจารย์รับเป็นที่ปรึกษาก่อน แต่ทั้งนี้ก็อาจารย์ที่ปรึกษาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ แล้วแต่ทางกระทรวงฯ จะกำหนด แต่ทั้งหมดนี้จะทำเสร็จก่อนที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น เมื่อไปที่ญี่ปุ่นแล้วก็อาจจะมีการเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบเร่งรัดพร้อมๆ กับทำงานตามที่อาจารย์มอบหมาย แล้วจึงสอบเข้าเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาโทหรือเอก ถ้าสอบผ่าน สถานะของผู้รับทุน ก็จะเปลี่ยนเป็นนักศึกษาในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ต้องลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตร และเรียนให้จบตามเวลาที่กำหนด (หลักสูตรส่วนใหญ่จะเป็น ปริญญาโทสองปี ปริญญาเอกสามปี) โดยจะได้รับทุนต่อเนื่องไปจนกระทั่งเรียนจบ ถ้าเรียนไม่จบตามเวลา ทุนจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ คือ สามารถเรียนต่อไปได้ แต่ไม่มีเงินสนับสนุนอะไรให้ทั้งนั้น ทั้งนี้แต่ละคนจะมีเวลาเป็นนักศึกษาวิจัยอยู่ปีครึ่ง ถ้าสอบเข้าไม่ได้ การให้ทุนก็จะสิ้นสุดเพียงเท่านั้นเช่นเดียวกัน (ทั้งหมดนี้เป็นไปตามกฎสมัยที่ผมเป็นผู้รับทุน คิดว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องพวกนี้)

ทุนแบบนี้มีวิธีการให้ทุนอยู่สองทาง คือ ให้ทุนผ่านสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศต่างๆ และให้ทุนผ่านมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าเป็นทางแรกก็จะมีการสมัครสอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์ ตามที่ทางสถานทูตกำหนด เสร็จแล้วสถานทูตก็จะเสนอชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกไปทางญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นผู้รับทุนต่อไป ส่วนใหญ่การรับสมัครก็จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคม คงต้องติดตามกับทางสำนักข่าวสารญี่ปุ่นเอาเอง

ทีนี้มาพูดถึงการให้ทุนทางที่สอง ซึ่งผมเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่พอสมควร คือ การให้ทุนผ่านทางมหาวิทยาลัย โดยกระทรวงศึกษาฯ จะกระจายทุนการศึกษาไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยอาจจะเขียนเป็นโครงการเข้าไป เพื่อให้ทุนกับนักเรียนต่างชาติ จำนวนทุนแต่ละปีก็อาจจะแตกต่างกันไปตามการกระจายให้กับมหาวิทยาลัย จากนั้น มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก็จะเป็นผู้กำหนดวิธีการรับสมัครและวิธีการคัดเลือกทุกอย่าง

ดังนั้น วิธีการสมัครทุนแบบนี้จึงหลากหลาย มีวันรับสมัครต่างกันไป ตามแต่ทางโปรแกรมหรือมหาวิทยาลัยจะกำหนด การสมัครทุนแบบนี้จะใช้วิธีสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีส่งเอกสาร หลักฐานต่างๆ ทางไปรษณีย์ แล้วอาจจะมีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทางวิดีโอคอนเฟอเรนท์ หรือบางมหาวิทยาลัยอาจจะส่งอาจารย์มาสอบสัมภาษณ์ที่เมืองไทย (เช่น มหาวิทยาลัยผม เป็นต้น) ทุนแบบนี้อาจจะมีผู้สนใจเยอะ เพราะเงื่อนไขในการสมัครอาจจะไม่เข้มข้นเท่าระเบียบของสถานทูต เช่น เกรดเท่าไหร่ก็สมัครได้ ส่วนใหญ่ไม่มีการสอบข้อเขียน แต่ผมคิดว่าโอกาสที่จะได้ทุนนี้น่าจะยากกว่าที่จะได้จากสถานทูต เพราะมหาวิทยาลัยอาจจะมีทุนอยู่จำนวนไม่มาก (เช่น 60 ทุนต่อปี แบ่งไปตามภาควิชาก็อาจจะได้ภาคละ 2-3 ทุน) แต่ให้ทุนกับนักศึกษาจากทั่วโลก

ในกรณีของมหาวิทยาลัยผม (Tokyo Tech) ปีที่ผ่านมา วิธีการสมัครกำหนดให้ผู้สมัครจะต้องส่งใบสมัครโดยตรง ไปยังอาจารย์ที่ตกลงรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ดังนั้นคนที่จะสมัครจึงจะต้องรู้จักอาจารย์ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นก่อน โดยอาจจะติดต่อสอบถามไปทางอาจารย์โดยตรง หรือให้คนที่รู้จักแนะนำอาจารย์ให้ทางใดทางหนึ่ง ซึ่งปกติก็จะเป็นเรื่องยากอยู่พอควร เพราะอาจารย์คงจะไม่รับทุกคนที่ติดต่อมา หรืออาจจะรับแค่คนเดียวที่คิดว่าดีที่สุด (ทั้งนี้เพราะมีข้อจำกัดของจำนวนทุนด้วย) เมื่อผ่านด่านนี้แล้ว ก็จะต้องไปแข่งขันกับคนอื่นๆ ที่สมัครมาในภาควิชาเดียวกันอีก ดังนั้นคนที่สนใจจะสมัครทุนแบบนี้ จึงต้องพยายามสร้างจุดเด่นให้กับตนเอง ที่อาจารย์สามารถอธิบายให้กับกรรมการได้ว่า ทำไมถึงจะเลือกให้ทุนกับคุณมากกว่าคนอื่นๆ เช่น คุณอาจจะได้เกรดไม่ดีนัก แต่คุณมีผลงานตีพิมพ์ในการประชุมวิชาการ หรือวารสารวิชาการ ซึ่งทำให้มั่นใจว่าคุณมีความสามารถเพียงพอที่จะทำวิจัยด้วยตัวเองในระดับปริญญาโทหรือเอก ฉะนั้นคนที่จะสมัครจึงต้องคำนึงถึงจุดนี้เป็นหลัก

สุดท้ายคือประมาณปลายปีของทุกปี สถานทูตญี่ปุ่นจะจัดงานแนะแนวการศึกษาต่อญี่ปุ่น ซึ่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะมาเปิดบูทเพื่อแนะนำการสมัคร และทุนต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ ฉะนั้นคนที่สนใจก็สามารถที่จะติดตามจากงานนี้ได้ ผมก็ได้มีโอกาสไปช่วยงานนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เลยได้รู้ข้อมูลของมหาวิทยาลัย และวิธีการสมัครมาพอสมควร

อ้อ ลืมบอกไปว่า ทุนที่ผ่านทางมหาวิทยาลัยนั้น บางครั้งมหาวิทยาลัยอาจจะให้สถานะเป็นนักศึกษาในหลักสูตรพร้อมกับรับทุนเลย โดยถือว่าการสอบสัมภาษณ์เป็นการรับเข้าเรียนไปด้วย ดังนั้นเมื่อไปถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็จะต้องลงทะเบียนเรียนเลย อาจจะให้เรียนในหลักสูตรที่สอนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วเรียนภาษาญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน หรืออาจารย์บางคนก็อาจจะบอกไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเลย จึงอาจจะหนักกว่าการเป็นนักศึกษาวิจัย ที่มีเวลาปรับตัวพอสมควร แต่ถ้าได้ทุนไปแล้วก็คงไม่มีทางอื่นนอกจากสู้เท่านั้น

japan , , , ,