Archive

Posts Tagged ‘drama’

อาจารย์ใน Nodame Cantabile

October 20th, 2008

วันนี้ดูละครเรื่อง Nodame Cantabile อีกรอบ เรื่องนี้กล่าวถึงอาจารย์สอนดนตรีอยู่ 3 คน คือ อาจารย์ทะนิโอะกะ (ที่ปรึกษาของโนะดะเมะ ซึ่งตามใจโนะดะเมะเสมอ แม้ว่าจะทำอะไรแปลกๆ อย่างเช่นง่วนอยู่กับการแต่งเพลงออกกำลังกาย แทนที่จะฝึกดนตรีคลาสิก) อาจารย์เอะโต (ที่ปรึกษาเปียโนของจิอะกิ ซึ่งเลื่องชื่อในการฝึกฝนนักเรียนให้เป็นสุดยอดฝีมือ) และสเตเซอร์มัน (สุดยอดวาทยากรระดับโลก ซึ่งมีวิธีการสอนไม่เหมือนใคร)

พอถึงตอนอาจารย์ทะนิโอะกะพูดถึงเหตุผลที่ยอมให้โนะดะเมะ ย้ายไปอยู่กับอ.เอะโต แล้วก็สะท้อนถึงตัวเอง ผมรู้สึกว่าคิดอะไรคล้ายๆ อ.ทะนิโอะกะในเรื่อง (แม้ว่าผมจะยังไม่มีความสามารถเท่าอ.ทะนิโอะกะก็เถอะ) หลักๆ ก็คือผมไม่มีความสามารถ และยังไม่มีแรงจูงใจพอ ที่จะชักจูง หรือบังคับให้นักเรียนเปลี่ยนแปลงตน เพื่อมุ่งไปยังเป้าหมายที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ แถมบางทียังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะชักจูงไปทางไหน ส่วนใหญ่ก็จะปล่อยให้แต่ละคน ล่องลอยกันไปตามแต่ใจจะใฝ่หา ผมอาจจะช่วยได้แค่ค่อยเสริมนิดหน่อย (ส่วนใหญ่ในแง่เทคนิค)

ตอนนี้ผมหวังว่า ต่อไปผมจะมุ่งมั่นมากขึ้น เข้าใกล้ความพยายามของอ.เอะโต ใส่ความมุ่งมั่นลงไปในนักเรียนได้มากกว่านี้ และหวังว่าสักวันหนึ่ง ผมจะมีความสามารถในการสอนได้ใกล้เคียงสเตเซอร์มัน

เฮ้อ…ดูละครแล้วรู้สึกว่าจะอินมากไปหน่อย :P

teacher , , ,

CHANGE

May 14th, 2008

CHANGE เป็นละครสามทุ่มวันจันทร์ (คนญี่ปุ่นนิยมเรียกว่า 月9 (เก็ทสึคุ)) เรื่องล่าสุด นำแสดงโดย “คิมูระ ทะคุยะ” จุดเด่นที่ทำให้ตั้งหน้าตั้งตารอดูละครเรื่องนี้ ก็คือจุดขาย ที่บอกว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ๆ ครูประถม กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น” ละครเรื่องนี้เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนักการเมือง และระบบการเมืองของญี่ปุ่น โดยมุ่งไปที่ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตามชื่อเรื่อง (ชื่อเรื่องนี้คงอิงจากกระแสโอบามาด้วย)

ระบบการเมืองญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากการเมืองไทยเท่าไรนัก ผลประโยชน์ และเงินทอง ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในหมู่นักการเมือง การจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ก็เกิดจากการต่อรองผลประโยชน์ต่างๆ ทางการเมืองระหว่างมุ้ง กลุ่มการเมือง และพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าผลประโยชน์ลงตัวอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมมักจะเห็นบ่อยๆ ว่า คนไทยเรามักจะแสดงความชื่นชมนักการเมืองญี่ปุ่นอยู่เสมอๆ ที่รีบลาออกเวลาเกิดข้อกล่าวหาในเรื่องความซื่อสัตย์หรือจริยธรรม แต่เท่าที่เคยเห็นมา ผมรู้สึกว่านักการเมืองญี่ปุ่นที่ลาออกส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากการสำนึกด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ แต่เกิดจากการกดดันของสังคม และสื่อมวลชน ซึ่งกระแสเหล่านี้จะรุนแรงมาก จนกระทั่งอาจลุกลามไปถึงคะแนนนิยมของพรรคได้ อย่างนายกฯ คนที่แล้วของญี่ปุ่น ที่ไม่ยอมจัดการรัฐมนตรีที่มีปัญหา ทำให้พรรคถึงกับเสียเสียงข้างมากในสภาสูง นายกฯ ต้องก็ตัดใจลาออกไปหลังจากรับตำแหน่งได้ไม่ถึงปี ด้วยเหตุนี้เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้น ส่วนใหญ่พรรคจึงต้องรีบกดดันคนของตัวเอง หรือทำอะไรสักอย่างหยุดกระแสนี้ ก็เลยเกิดการลาออกขึ้นในที่สุด ผมรู้สึกว่าการเมืองไทยก็กำลังจะกลายไปในแนวทางนี้เช่นเดียวกับญี่ปุ่น เมื่อสังคมเริ่มรับรู้สิ่งต่างๆ มากขึ้น และพยายามผลักดันสิ่งต่างๆ ตามที่สังคมต้องการ

เข้ารกเข้าพงไปเยอะแล้ว กลับมาที่ละครดีกว่า ละครเรื่องนี้เริ่มด้วยอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ซึ่งทำให้ อะซะคุระ เคตะ ครูประจำชั้นป.5 ของโรงเรียนเล็กๆ ในจังหวัดนะงะโนะ สูญเสียพ่อ และพี่ชายอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้ทำให้เคตะซึ่งไม่สนใจ (และเกลียด) การเมืองต้องเข้ามาสู่แวดวงการเมือง เพราะพ่อเป็นส.ส.หลายสมัยของจังหวัดฟุคุโอกะ จากไปพร้อมกับพี่ชายซึ่งเป็นทายาททางการเมืองของพ่อ เคตะตกปากรับคำลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ด้วยคิดว่าถ้าสอบตกก็คงจะไม่มีใครสนใจ หรือมาวุ่นวายกับตัวเองอีก สุดท้ายพอไปเดินสายหาเสียง เคตะก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันของคู่แข่ง ซึ่งยกเอาข้อกล่าวหาว่าพ่อของเคตะรับเงินจากเอกชนมาโจมตี ในวันสุดท้ายของการหาเสียง เคตะจึงต้องปราศัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าตัวเองก็คิดว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องจริง ในตอนนั้นเคยถามแล้ว พ่อก็ไม่ปฎิเสธ แถมยังมีเหตุผลด้วยว่า “การเมืองต้องใช้เงิน” คำตอบนี้ทำให้เคตะเกลียด และพยายามหลีกหนีจากการเมือง เพราะคิดว่าไม่ควรจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม ที่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่อยากสอนสิ่งเหล่านี้แก่เด็กๆ สุดท้ายเคตะขอโทษแทนพ่อในสิ่งที่พ่อทำลงไป เหตุการณ์ที่ส่งผลให้เคตะได้รับเลือกตั้งอย่างเฉียดฉิว ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาในตอนแรก ซึ่งคงจะต้องติดตามต่อไปด้วยใจระทึก ว่าเคตะจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ยังไง และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในการเมืองญี่ปุ่น

drama, japanese , ,

プロポーズ大作戦

March 27th, 2008

เมื่อวานเพิ่งได้ดูตอนพิเศษ (ตอนจบ) ​ของละครเรื่อง プロポーズ大作戦 (Operation Love) ซึ่งเป็นเรื่องของเคน (แสดงโดยยะมะชิตะ) ที่ต้องไปร่วมงานแต่งงานของเร (นะงะซะวะ มะซะมิ) เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยประถม ภายในงานเลี้ยงมีการแสดงภาพถ่ายต่างๆ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว ในภาพเหล่านี้มักจะมีเคน (หรือเคนโซ ตามที่เรชอบเรียก) อยู่ด้วยเสมอ ทำให้เคนเกิดความรู้สึกเศร้าและเสียดายที่สุด ที่ปล่อยโอกาสต่างๆ ให้ผ่านไป โดยไม่มีโอกาสบอกความในใจให้เรรู้ ทั้งๆ ที่มีเวลาและโอกาสอยู่กับเรมากมาย ความคิดของเคนนี้ก็ร้อนไปถึงเทวดาที่อยู่โบสถ์ที่จัดงานแต่งงาน ที่เห็นว่าเป็นครั้งแรกที่คนมาร่วมงานแต่งงานรู้สึกคับแค้นใจตัวเองมากขนาดนี้ จึงเสนอโอกาสให้เคนย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์ต่างๆ ในภาพถ่าย แต่จะย้อนเวลาไปถึงก่อนเวลาถ่ายภาพไม่นานนัก โดยเคนจะต้องพยายามเปลี่ยนแปลงอดีตหรือบอกรักเรให้ทันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การถ่ายภาพๆ นั้น

ช่วงแรกของละครเรื่องนี้จะออกแนว romantic-comedy แต่ตอนหลังๆ เมื่อผู้ชมได้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆ มากขึ้น ส่วน comedy ก็ค่อยๆ หายไป เหลือแต่ความพยายามของเคนในการทำให้เรเปลี่ยนใจกลับมาหาตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วเรก็ชอบเคนอยู่เหมือนกัน แต่เรไม่มั่นใจและไม่เคยเห็นเคนแสดงออกถึงความรักนั้นเลย สุดท้ายเรเลยหันไปหาทะดะซังผู้ชายที่เรอาจจะไม่ได้ชอบมาตั้งแต่ต้น แต่มีความรักที่จริงใจต่อเร

จริงๆ แล้วละครเรื่องนี้จบไปตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนแล้ว แต่มาทำเป็นตอนจบพิเศษอีกหนึ่งตอน เพื่อคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่ยังทิ้งค้างไว้ ดูละครเรื่องนี้แล้ว บางทีก็อยากกลับไปแก้ไขบางอย่างในอดีตเหมือนกันนะ บางทีก็นึกเอาเองเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงตัดสินใจอย่างนั้น (วะ)

drama, japanese ,

Liar Game

December 27th, 2007

ช่วงนี้มีโอกาสดูละครเรื่อง Liar Game ซึ่งเป็นละครช่วงดึกของช่อง FujiTV เป็นเรื่องราวของนางเอกผู้แสนซื่อ ที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเกมแห่งการหลอกลวง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องพยายามหลอกล่อผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ให้หลงเชื่อ เพื่อที่จะทำเงิน (ผลประโยชน์) ให้ตัวเองมากที่สุด และสามารถชนะเกมได้ในที่สุด อย่างเกมแรกนางเอกกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นอาจารย์สมัยเด็ก จะได้รับเงินฝ่ายละร้อยล้านเยน และมีเวลาสามสิบวันในการหลอกลวงซึ่งกันและกัน เพื่อให้อีกฝ่ายนำเงินไปให้ตนเองให้มากที่สุด ตัวเองจะได้ชนะในเกมนี้ ส่วนผู้แพ้ก็จะต้องเป็นหนี้กับผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งจะมารับเงินจำนวนร้อยล้านเยนคืนเพื่อจบการแข่งขัน บรรยากาศของละครเรื่องนี้จึงเข้ากับสถานการณ์การเมืิองไทยในตอนนี้มากที่สุด ทำให้ดูแล้วอินมาก

(ต่อไปนี้เป็นสปอยล์)

นางเอกซึ่งเป็นคนซื่อๆ จนไม่ทันการหลอกลวงของผู้ร่วมเล่นเกม ต้องไปขอความช่วยเหลือจากอะกิยะมะ นักต้มตุ๋นที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ความสามารถในการหลอกลวงและวางแผนของอะกิยะมะทำให้นางเอกผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆ มาได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ดีนางเอกไม่ได้เป็นเพียงคนซื่อ แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องหลอกลวง หรือใส่หน้ากากเข้าหากัน จึงพยายามหาทางให้เกมจบลงโดยที่ผู้ร่วมเกมทุกคนไม่ต้องเจอหนี้จำนวนมหาศาล ซึ่งก็มีเพียงทางเดียวคือผู้ร่วมเกมทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ ก็จะต้องไม่มีใครหักหลัง สุดท้ายละครพยายามสรุปว่าโลกนี้จะมีแสงสว่างอยู่ เราน่าจะยังหวังว่าจะมีคนอย่างนางเอกของเรื่อง ที่แม้จะถูกโกหกหลอกลวงแค่ไหน ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ พยายามที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกัน ดูจนจบแล้ว โดยส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับบทสรุปเท่าไหร่ เพราะแม้จะมีคนอย่างนางเอกอยู่ในเกม แต่ถ้าไม่มีอะกิยะมะที่ทำให้นางเอกถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นๆ ก่อน ก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนหันหน้ามาร่วมมือกันได้

ดูแล้วก็คิดถึงโลกทุนนิยม ที่เกมแต่ละเกมก็เหมือนโลกทุนนิยมทุกวันนี้ เราไม่มีทางเปลี่ยนโลกนี้ให้เป็นยูโทเปียได้ถ้ามนุษย์ทุกคนไม่ร่วมมือกัน แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีทางที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกันได้ง่ายๆ เพราะมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว จะไม่มีทางร่วมมือกันถ้าหากไม่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจริงๆ หรือไม่มีทางดิ้นหนีหรือหักหลังเพื่อทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ สุดท้ายเราก็ต้องการสิ่งที่เป็นเหมือนอะกิยะมะในเกม ที่ทำให้ทุกคนเข้าตาจนจนกระทั่งต้องหันกลับมาร่วมมือกัน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าเราจะมีอะไรแทนคนอย่างอะกิยะมะในโลกความเป็นจริงได้

drama, japanese ,

เหล่านางฟ้าปีกหัก — 翼の折れた天使たち

March 23rd, 2007

翼の折れた天使たち (Tsubasa no oreta tenshi-tachi) เป็นละครพิเศษที่สร้างขึ้นจากนิยายของ Yoshi เพิ่งไปอ่านประวัติมาว่า เป็นนักเขียนชื่อดังที่แต่งเรื่องลงเว็บบนมือถือ อ้างด้วยว่าแต่งจากเรื่องจริง ละครชุดนี้ดำเนินเรื่องโดยใช้ตัวเอกเป็นเด็กสาว (นางฟ้า) แต่ละคนมีปัญหาชีวิตแตกต่างกันไป เพื่อสะท้อนปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันของญี่ปุ่น เช่น ความสุดโต่งในด้านวัตถุนิยม เห็นเงินเป็นพระเจ้า การเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงคนเดียว … ในด้านเนื้อหาแม้ว่าจะไม่ร่าเริงสดใส เพราะเน้นที่ปัญหาชีวิต แต่ก็ให้แง่คิดเกี่ยวกับชีวิตได้ดีพอสมควร (ที่ใช้แค่พอสมควร เพราะบางส่วนก็ดูเป็นปัญหาง่ายๆ แต่ทำไมตัวละครคิดไม่ตก แต่ถ้าพิจารณาในฐานะที่ตัวเอกเป็นเด็กวัยรุ่น ก็พอเข้าใจได้)

นอกจากเนื้อหาแล้ว ละครเรื่องนี้ยังเน้นที่ภาพสวย สวยมากๆ เพลงประกอบก็เพราะ แถมนางฟ้าปีกหักแต่ละคนก็น่ารักทั้งนั้น ตั้งแต่อุเอะโตะ อะยะ (นางเอกหนังเรื่องอะซึมิ), โฮริคิตะ มะกิ (นางเอกละครเรื่องคุโระซะกิ) แต่ส่วนใหญ่จะมาในแนวเศร้า และเสียดายที่มีเพียงสี่ตอนออกอากาศในปีที่แล้ว ส่วนปีนี้มีสี่ตอนเพิ่งจะออกอากาศไป สงสัยต้องไปหามาดูอีก อ้อ มีตอนหนึ่งมีแอล (จากเรื่องเดธโน้ต) เล่นด้วย เห็นแล้วแค่คุ้นๆ จำไม่ได้หรอกว่าเป็นแอล ด้วยความสงสัยเลยลองเช็คดู ถึงได้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน นับว่าเรื่องเดธโน้ตทำได้ดีทีเดียว เปลี่ยนนักแสดงธรรมดาให้กลายเป็นแอลได้อย่างสมบูรณ์

drama, japanese ,