msgbartop
Just another blog of mine
msgbarbottom

29 Jul 08 ความตาย (อีกรอบ)

วันก่อนได้หนังสือรวมคำบรรยายของท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่อง “เห็นโลกเป็นของว่าง” มา เริ่มแรกท่านพูดเกี่ยวกับ อุณหิสสวิชโยวิจยกถา ซึ่งเป็นคาถาที่หลายคนเชื่อว่าเป็นการต่ออายุ โดยนำคาถาทั้งหมดมาแปลออกเป็นภาษาไทย ซึ่งก็ไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไร
เป็นเพียงธรรมะขั้นพื้นฐาน แล้วท่านก็กล่าวว่า

ธรรมะที่เป็นหัวใจในพระพุทธศาสนา คือเรื่องสุญญตาก็ดี เรื่องอนัตตาก็ดี ผู้ใดเข้าถึงธรรมนั้นแล้ว ย่อมอยู่เหนือความตาย, ย่อมพ้นจากความตาย ย่อมไม่มีความตายเลยโดยประการทั้งปวง เพราะหมดความเป็นตัวเป็นตน เป็นสัตว์เป็นบุคคล เพราะไม่มีอุปาทานยึดมั่นสิ่งใด …

อ่านแล้วยิ่งเข้าใจในพุทธศาสนามากขึ้น พระพุทธองค์ไม่ได้พยายามให้เราทำสิ่งที่เหนือธรรมชาติ หรือเพ้อฝันถึงสวรรค์วิมานอะไรในโลกหน้า แต่ให้เราฝึกจิตใจตนเอง ให้ยอมรับในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตามธรรมดาของโลกนี้ แต่จะปฏิบัติตนอย่างไร ให้ยอมรับได้นั้น ยังเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับผม

Tags: ,

13 Jun 08 ความตาย

ช่วงนี้ได้ยินได้ฟังได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับความตายบ่อยๆ จนรู้สึกแปลกใจ เริ่มตั้งแต่ดูละครเรื่องบันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร ทางช่อง TPBS ที่เกี่ยวข้องกับกำลังใจและการต่อสู้โรคที่ไม่มีทางรักษาของอายะจัง และโรคยังไม่ทำให้คนไข้เลอะเลือน รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความคิดอ่านเหมือนเดิมหมด แต่ไม่สามารถสื่อสารหรือทำกิจกรรมอะไรได้ แม้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงความตายตรงๆ แต่เกี่ยวข้องอยู่มาก

สองอาทิตย์ก่อนไปอเมริกามาได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ชื่อ The Last Lecture โดย Randy Pausch ศาสตราจารย์ทางด้าน HCI ที่เป็นโรคมะเร็ง จนต้องจัดการบรรยายครั้งสุดท้ายที่คาดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ หนังสือเล่มนี้เล่าเบื้องหลังของการบรรยายนั้น รวมถึงการเตรียมตัวต่างๆ ของเขาและครอบครัว เพื่อรองรับความตายของตัวเอง ตั้งแต่การจัดการย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่ เพื่อที่ภรรยาของเขาจะได้อยู่ใกล้ๆ ญาติ มีคนคอยช่วยเหลือเกี่ยวกับลูกทั้งสามคน ความคิดที่จะหาทางสื่อสารสิ่งต่างๆ ให้ลูกคนเล็กได้รู้จักตัวเขาเมื่อโตมากกว่านี้ ยังอ่านไม่จบ แต่เขียนได้ดีทีเดียว

เมื่อวานนี้ไปเดินซื้อของ แล้วแวะดูร้านการ์ตูน ก็เลยได้การ์ตูน “อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย” เล่มสองมาด้วย จริงๆ อยากได้เล่มหนึ่งด้วย แต่รู้สึกว่าจะหมดแล้ว การ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่ต้องมารับรู้ว่าตัวเองจะเหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเมื่อได้รับอิคิงามิ ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะพยายามทำสิ่งต่างๆ ที่ค้างคาใจให้ได้ ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปตามเวลาที่กำหนด

จะเห็นว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับความตาย ในลักษณะที่ว่ากำลังจะตาย ความตายมารออยู่ตรงหน้า เหลือเวลาอีกไม่มาก หรือมีสิ่งต่างๆ มาแสดงให้เห็นอีกด้วยว่ากำลังใกล้ความตายไปทุกขณะ ซึ่งโดยปกติผมเชื่อว่าคนเราจะไม่ค่อยมีความคิดนี้ในหัวเท่าไรนัก ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ประมาทกันอย่างนี้ อย่างตัวผมเองปกติก็ใช้ชีวิตทำงานไปวันๆ ไม่ได้มองไปถึงความตายหรอก เวลาฟุ้งซ่านอาจจะมีเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวบ้าง หรือสมัยเด็กๆ ก็จะมีความคิดว่าสักวันหนึ่งวิทยาศาสตร์จะต้องชนะความตาย และเราจะไม่ตาย

พอเจอเรื่องพวกนี้ผสมกัน ก็เลยทำให้คิดถึงความตายขึ้นมา จริงๆ แล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตายของเราจะเป็นยังไง มันจะง่ายไหม หรือว่าจะทรมาณมากน้อยแค่ไหน แล้วเราจะฟูมฟายแค่ไหนนะ ถ้ารู้ว่าเราจะต้องตายในวันพรุ่งนี้ หรือในอีกไม่ช้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราเป็นคนไม่เชื่อเรื่องโลกหน้า หรือการเวียนว่ายตายเกิด (แม้ว่าจะนับถือพุทธศาสนา) เชื่อว่าตายแล้วดับหายไป ความคิดความรู้สึกต่างๆ ที่วิ่งอยู่ในหัวมันคงจะดับหายไปตลอดกาล

เขียนมายืดยาวนี้ไม่ได้ต้องการจะสื่ออะไร ยังไม่อยากตายในเวลาอันใกล้นี้หรอก ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่อยากทำ อยากพยายามอยู่อีกเยอะ แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็เลยเขียนทิ้งไว้ เตือนใจตัวเองในบางครั้งให้ระลึกถึงความตายบ้าง เผื่อถึงเวลานั้นจริงๆ จะได้ไม่ต้องฟูมฟายมากนัก

Tags: ,