ด้วยความอยากวันนี้ยอมลงทุนขับรถเข้าเมือง (ใช้เวลาสิริรวมทั้งสิ้น 6 ชม.) เพื่อไปดูหนังเรื่อง “อิคิงามิ” ที่โรงหนังสยาม ดูแล้วไม่ผิดหวัง แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องไป อาจจะแตกต่างจากการ์ตูนบ้าง แต่บทก็ทำได้เหมาะกับภาพยนตร์ มีรายละเอียดต่างๆ ที่ทำให้น่าสนใจขึ้น ชอบที่สุดตรงที่มีรายการ music bomb ซึ่งเลียนแบบรายการ music station ที่มีอยู่จริงได้ค่อนข้างเหมือนโดยเฉพาะตอนนั่งคุยกับนักร้อง หนังเรื่องนี้อาจจะมีจุดอ่อนอยู่บ้างในเรื่องความต่อเนื่อง เนื่องจากเนื้อเรื่องของหนังแบ่งออกเป็นตอนย่อยๆ 3 ตอน แต่ก็ยังชอบบทสรุปตอนท้ายเรื่อง คิดว่าถ้ากระแสดีคงจะได้เห็นภาคต่อไปในไม่ช้า
ถ้าจะเล่าเรื่องย่ออีก ก็รู้สึกว่าจะซ้ำกับที่ @idiotao เล่าไว้แล้ว แถมอาจจะเล่าได้ไม่ดีเท่า เอาเป็นว่าอ่านของ @idiotao เลยดีกว่า (ง่ายดี) ที่นี่เลย แต่ไหนๆ ก็เขียนถึงเรื่องนี้แล้ว ทำตัวให้เป็นประโยชน์นิดนึง เขียนถึงภาษาญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับหนังและการ์ตูนเรื่องนี้ดีกว่า
คำว่า “อิคิงามิ” ชื่อเรื่องนี้ เวลาเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น มักจะใช้ตัวคะตะคะนะ เป็น イキガミ แต่ถ้าดูตามเว็บต่างๆ เช่น wikipedia (ผมไม่เคยเห็นต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน) จะใช้ตัวคันจิว่า 逝紙 ซึ่งตัวแรก 逝 แปลว่า “ตาย” อักษรตัวนี้มีจะหมายถึง “ไป” ก็ได้ ไม่ค่อยเห็นใช้กันทั่วไปเท่าไหร่ คำว่าคามิ (紙, kami) แปลว่า “กระดาษ” จะเห็นว่ามีการแปลงเสียงเล็กน้อยเมื่อเอามาต่อกับ 逝 รวมกันก็เลยกลายเป็น “ใบแจ้งการตาย” ตามเนื้อเรื่อง ซึ่งคนแต่งเขาก็อุตส่าห์คิดชื่อทางการไว้ให้ด้วยเป็น 死亡予告証 (ชิโบโยะโคะคุโช, 死亡=ชิโบ=ตาย, 予告=โยะโคะคุ=แจ้งให้ทราบล่วงหน้า, 証=โช=เอกสารหรือหลักฐาน)
เมื่อพูดถึงอิคิงามิแล้ว ก็ควรจะพูดถึงศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับความตาย คำกริยาที่หมายความว่าตาย คือ 死ぬ (ชินุ) ซึ่งกริยาที่ผมรู้จักตัวเดียวที่ลงท้ายด้วย นุ (ぬ) รูปสุภาพก็จะเป็น 死にます (ชินิมะซึ) ตัวอักษร 死 นี้ออกเสียงจีนว่า ชิ ซึ่งพ้องเสียงกับเลข 4 ที่เรียกว่า ชิ เหมือนกัน ในญี่ปุ่นเลข 4 เลยกลายเป็นเลขที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมีเสียงที่ไม่เป็นมงคล
วิธีใช้คำกริยานี้ ถ้าจะบอกว่าใครตายก็ไม่ยาก เช่น あの人は死にました。(อะโนะฮิโตะ วะ ชินิมะชิตะ, เขาคนนั้นตายแล้ว) ซึ่งเป็นประโยคแบบปกติไม่สุภาพเท่าไหร่ ถ้าเป็นคนรู้จั เพิ่มความสุภาพ ความเป็นทางการ เข้าไปนิดนึง ก็อาจจะใช้ว่า あの人が亡くなりました。(อะโนะฮิโตะ งะ นะคุนะริมะชิตะ) คำว่า 亡い (นะอิ) แปลว่าตายเหมือนกันแต่เป็นคำวิเศษณ์ จึงเอามาใช้ร่วมกับกริยา なります (นะริมะซึ) ที่แปลว่า “กลายเป็น” สำหรับคนหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ ควรระวังประโยคหลังให้ดีเหมือนกัน เพราะถ้าจะพูดว่าใครสักคน ไม่อยู่แล้ว เดินหายไปไหนไม่รู้ (แต่ไม่ได้ตาย) อาจจะพูดว่า あの人がいなくなりました。(อะโนะฮิโตะ งะ อินะคุนะริมะชิตะ) เติม “อิ” ไปแค่ตัวเดียว ความหมายเป็นคนละเรื่องเลย จึงควรระวังให้ดี ไม่ฉะนั้นคนเดินหายไป อาจจะกลายเป็นคนตายไปได้
รู้สึกว่าออกนอกทะเลไปไกลมาก เริ่มด้วยเรื่อง อิคิงามิ สุดท้ายกลายเป็นศัพท์เกี่ยวกับความตายไปแล้ว จึงขอจบไว้เพียงเท่านี้