เนื่องจากอาทิตย์หน้าจะมีการปฐมนิเทศน์นักศึกษาชั้นปีที่สอง ที่เพิ่งจะเข้ามาเรียนในภาควิชาฯ เลยลองทำ visualization ของวิชาต่างๆ ในหลักสูตรดู โดยพยายามรักษาตำแหน่งตามภาคการศึกษาที่น.ศ.ต้องเรียนในแนวตั้ง และใช้ตำแหน่งในแนวนอนกับสี แสดงความเกี่ยวข้องกันของวิชาต่างๆ
เหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะที่ภาควิชามีการเรียนแบ่งเป็นสองหลักสูตร คือ Information Technology กับ Computer Science ที่แตกต่างกันไม่มากนัก (อย่างน้อยปีสองก็เรียนเหมือนกันทุกคน) ทำให้นักศึกษาบางส่วนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า สิ่งที่ตัวเองจะต้องเจอในสามปีข้างหน้านี้เป็นยังไง แล้วสุดท้ายจะเป็นยังไง แล้วจะต่างจากเพื่อนที่เรียนหลักสูตรข้างๆ ยังไง ตอนนี้หวังเล็กๆ ว่าภาพที่ทำขึ้นนี้อาจจะช่วยเพิ่มความเข้าใจในนักศึกษามากขึ้น
Tags: curriculum, teaching, university
วันก่อนเขียนเรื่อง ITS325 ไปแล้ว วันนี้ขอเขียนถึงวิชาที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในเทอมหน้าอีกวิชาหนึ่ง คือ “ITS331 Information Technology I Lab” หรือที่เด็กๆ นิยมเรียกกันว่าแล็บดาตาเบส เพราะว่าเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับฐานข้อมูล แถมคนสอนก็สอนวิชาระบบจัดการฐานข้อมูลด้วย
วิชานี้เป็นการฝึกปฎิบัติที่เกี่ยวกับการใช้งาน database กับ web programming ขั้นต้น ดังนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่ LAMP เริ่มต้นตั้งแต่การติดตั้ง Linux ฝึกเขียน HTML/CSS และ Javascript ไปจนกระทั่งใช้ PHP กับ MySQL
เท่าที่ประสบมาในปีก่อน (ปีที่แล้วจะไม่ได้ดูแลโดยตรงเท่าไหร่) วิชานี้จะมีปัญหาอยู่พอสมควร คือเนื้อหาที่สอนอาจจะไม่ได้น่าสนใจมากนัก เด็กหลายๆ คน เรียนและฝึกด้วยตัวเอง จนกระทั่งใช้ linux หรือทำ web application ได้อยู่แล้ว ก็จะรู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจ แต่ที่เหลือส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกนี้เลย เรียกว่า พวกที่เป็นก็ทำเป็นจนทำงานได้แล้ว ไม่ต้องเรียนก็ได้ แต่พวกไม่เป็นก็ไม่เป็นอะไรเลยสักอย่าง ทำให้ลำบากอยู่พอควร นอกจากนี้แล็บนี้ยังเป็นแล็บแรกที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับวิชาเรียนโดยตรง คือไม่ใช่เรียนในวิชาบรรยายมา แล้วมาทำแบบฝึกหัดอย่างเดียว เหมือนแล็บในปีหนึ่งหรือปีสอง เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาฐานข้อมูล ที่นี้พอต้องสอนบรรยายในห้องแล็บ ปัญหาก็เกิดขึ้นเพราะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ มีสิ่งต่างๆ มาดึงดูดความสนใจออกไปเยอะ
ในปีการศึกษาหน้า ก็เลยพยายามจะปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนใหม่ คือ การบรรยายในช่วงแรกจะทำในห้องบรรยาย อาจจะแค่ครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง ให้เข้ามานั่งฟังอธิบายต่างๆ ให้เรียบร้อยซะก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันไปทำแบบฝึกหัดให้ห้องแล็บ คิดว่าน่าจะลดปัญหาหลายๆ อย่าง ส่วนเรื่องเนื้อหาก็พยายามจะเอาอะไรใหม่ๆ ใส่เข้ามาบ้าง เผื่อว่าจะทำให้มันดูน่าสนใจขึ้น
อีกคำถามหนึ่งที่ผมโดนถามทุกปี ก็คือ “ทำไมไม่สอน oracle ภาคฯ ข้างๆ เขายังสอนเลย” จริงๆ ผมก็เคยสอน oracle เหมือนกัน แต่สอนไปแล้วก็ไม่เห็นประโยชน์เท่าไหร่ เพราะถ้าเข้าใจแนวคิด เข้าใจ SQL จะใช้ DBMS ตัวไหนก็ไม่น่าจะต่างกันสักเท่าไหร่ สุดท้ายนี้เอาแผนคร่าวของแล็บมาแปะไว้หน่อยล่ะกัน
Tags: teaching
เนื่องจากเทอมหน้าจะเปลี่ยนไปสอนวิชา Computer Architecture วิชาเทอมต้นนี่เปลี่ยนมาหลายวิชาแล้ว ทำงานมาสามปี ไม่เคยสอนซ้ำกันซักปี ปีแรกสอนภาษาซีครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งสอนวิชา Foundation of Information Systems วิชาที่หายไปจากหลักสูตรแล้ว ปีที่สองก็ไปสอน DBMS ครึ่งหนึ่ง กับ Intelligent Systems อีกครึ่งหนึ่ง วิชาหลังนี่แปลงกายมาเป็น Artificial Intelligence ในหลักสูตรใหม่ แถมย้ายไปอยู่เทอมหลัง ปีที่แล้วกลับไปสอนภาษาซีอีกครั้งหนึ่งแต่คราวนี้สอนเต็มตัวเลย ปีหน้าด้วยเหตุการณ์หลายๆ อย่าง เลยทำให้ได้ไปสอน Computer Architecture แทน ก็เลยต้องเตรียมตัวกันพอสมควร
Computer Architecture มีเป้าหมายให้นักศึกษาเข้าใจหลักการทำงานพื้นฐานภายในระบบคอมพิวเตอร์ ผมยังเชื่อว่าวิชานี้เป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้ แม้ว่าปัจจุบันระบบซอฟท์แวร์จะทำสิ่งต่างๆ ซ้อนไว้หลายชั้น จนเราแทบจะไม่จำเป็นต้องสนใจหรือเข้าใจว่าระบบทำงานยังไง เราก็สามารถสร้างซอฟท์แวร์หรือแอพพลิเคชันได้ แต่สุดท้ายถ้าอยากทำซอฟท์แวร์ที่ใช้ประสิทธิภาพสูงสุดของระบบจริงๆ ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจสิ่งต่างๆ เหล่านี้
ปัญหาของการเรียนวิชานี้ก็คือ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ทฤษฎี หรือวิธีการต่างๆ จนบางครั้ง นักศึกษาคิดว่าเป็นวิชาท่องจำ หรือบางครั้งก็เน้นไปที่การออกแบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มเรียนปีที่สองในมหาวิทยาลัย และยังเป็นเทอมแรกที่เรียนวิชาเฉพาะสาขาด้วย นอกจากนี้นักศึกษาที่จะสอนก็เป็นนักศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ กับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะเรียน Digital Circuits ในเทอมเดียวกัน แถมเป้าหมายของหลักสูตรก็อยากจะให้นักศึกษาเหล่านี้จบไปทำงานในสาขาทางด้านซอฟท์แวร์ หรือไปทางในเชิงทฤษฎี
สุดท้ายก็ไปเจอหนังสือ Computer Systems: A Programmer’s Perspective ที่พัฒนาโดยอาจารย์จาก CMU ที่เจอปัญหาคล้ายๆ กัน เลยเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ เป็นการเรียนรู้สถาปัตยกรรม หรือการทำงานของคอมพิวเตอร์ ผ่านทางการเขียนโปรแกรม และการทดลองด้วยภาษาซี เพื่อทำให้ผู้เรียนกลายเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เข้าใจการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และสามารถเขียนโปรแกรมที่ดึงความสามารถของระบบออกมาได้เต็มที่ จริงๆ แล้ว Matt ก็เคยใช้หนังสือเล่มนี้สอนเมื่อสามปีก่อนเหมือนกัน ได้เวลาเริ่มทำสไลด์ประกอบการสอนแล้ว คงจะได้สนุกกับวิชานี้อีกเทอมหนึ่งล่ะ ถ้ามีเวลาอยากสอนเขียนโปรแกรมที่ใช้พวก SSE หรือ MMX เพิ่มด้วยนะ แต่หวังว่าคงจะไม่ใช่คนสอนสนุกอยู่คนเดียวนะ
Tags: computer architecture, teaching
ช่วงนี้มีคนถามบ่อยๆ ว่า “ปิดเทอมแล้วอาจารย์ทำอะไร?” ส่วนใหญ่ก็จะตอบไปเรื่อยเปื่อยตามสิ่งที่กำลังทำอยู่ในตอนนั้น แต่พอลองมานั่งนึกจริงๆ จึงๆ ดูแล้วก็มีสิ่งที่ต้องทำอีกเยอะเหมือนกัน
ลองกลับไปดูรายการที่เขียนมาแล้ว ตูจะมีเวลาทำอย่างอื่นไหมเนี้ย ยังอยากทำอย่างอื่นด้วยนะ เช่น หาเวลาไปเดินถ่ายรูปเล่น แถมวันลาพักร้อนก็พอกพูนเยอะแล้วเหมือนกัน ต้องหาเวลาใช้บ้างด้วย ที่สำคัญช่วงนี้โดนบ่นบ่อยๆ ว่าทำงานมากเกินไปแล้ว เฮ้อ….. แต่ก็ยังสนุกที่ได้ทำงานอยู่นะ
ในหลักสูตรของภาควิชาฯ การฝึกงานถือเป็นวิชาบังคับ ที่นักศึกษาทุกคนจะต้องผ่าน ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นการเตรียมตัว ให้นักศึกษาเข้าใจสถานการณ์จริงที่ตัวเองต้องประสบหลังจากจบการศึกษาแล้ว ในหลักสูตรส่วนใหญ่มักจะกำหนดจำนวนชั่วโมง หรือจำนวนวันขั้นต่ำที่นักศึกษาจะต้องไปใช้ชีวิตในบริษัทหรือองค์กรภายนอก ซึ่งไม่ใช่แค่ไปให้เขาเห็นหน้าให้ครบตามจำนวนชั่วโมง แต่ต้องแบกความรับผิดชอบ และความเป็นผู้ใหญ่ไปด้วย หมายความว่านักศึกษาควรจะเตรียมตัวให้พร้อม และเตรียมใจไว้ด้วย ว่าเราคือพนักงาน (ชั่วคราว) คนหนึ่งขององค์กรนั้น นอกจากนี้ระหว่างฝึกงานก็ควรจะมีความกระตีอรือร้นที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เพราะสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยจะเน้นแค่ทฤษฎี หรือหลักการกว้างๆ ที่นักศึกษาควรเข้าใจ แต่องค์กรธุรกิจอาจจะมีวิธีการทำงาน หรือความรู้เฉพาะด้านที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม นอกจากนี้ควรสังเกตวิธีการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปพร้อมๆ กับการมองหาจุดด้อยของตัวเอง เพื่อที่หลังจากการฝึกงานแล้ว จะได้ใช้เวลาที่เหลืออีกหนึ่งปี เตรียมตัวให้พร้อมที่จะก้าวสู่โลกแห่งความเป็นจริงต่อไป
วันนี้มาบ่นอีกแล้ว หลังจากได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง รู้สึกจะเป็นความผิดพลาด และอ่อนประสบการณ์ของตัวเองอีกแล้ว