Seishun-18 Ticket
รู้สึกว่าจะบ่นมาหลายอันแล้ว เขียนเรื่องที่มีประโยชน์บ้างดีกว่า หลังจากคราวที่แล้วพูดถึงตั๋ว Japan Rail Pass ซึ่งเป็นตั๋วรถไฟพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวระยะสั้นไปแล้ว คราวนี้ขอพูดต่อถึงตั๋ว Seishun-18 ซึ่งเป็นตั๋วพิเศษอีกประเภทหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไปอาศัยระยะยาวในญี่ปุ่น รวมทั้งคนญี่ปุ่นด้วย
Seishun-18 เป็นตั๋วของบริษัท JR ซึ่งขายเป็นชุด หนึ่งชุดมีห้าใบ แต่ละใบราคาประมาณ 2000 เยน (ไม่ได้เช็คราคาที่แน่นอน) ตั๋วนี้จะใช้ได้เฉพาะช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ช่วงปีใหม่ที่คนจะเดินทางกลับบ้าน หรือช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ซึ่งนักเรียนจะมีเวลาว่างกันประมาณสองเดือน เหมาะกับการเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวที่ไหน ตั๋วแต่ละใบจะใช้สำหรับผู้โดยสาร 1 คนใช้ได้กับรถธรรมดา หรือรถด่วนแบบไม่เสียค่าธรรมเนียม (ที่เรียกว่า 快速) ของ JR โดยจะขึ้นลงรถไฟกี่ครั้งก็ได้ภายในวันนั้น (หนึ่งวันนับตั้งแต่เวลาที่เริ่มใช้ จนกระทั่งหมดวันนั้น) ดังนั้นตั๋วแต่ละใบก็จะใช้ได้หนึ่งวัน ตั๋วหนึ่งชุดก็จะใช้ได้ 5 วันสำหรับผู้โดยสารคนเดียว หรือถ้าไปกับเพื่อนหลายคน ก็แบ่งกันใช้เช่นถ้าไป 5 คนก็ใช้วันละชุด ถ้าคนน้อยกว่านั้นก็สามารถคำนวณจำนวนชุดที่ต้องซื้อได้ โดยมีข้อแม้เดียวว่าทุกคนต้องเดินทางไปพร้อมกัน ผมอาจจะใช้คำผิด ที่ไปเรียกว่าเป็นชุด จริงๆ แล้วเขาจะให้ตั๋วมาแค่ใบเดียวตามรูป แต่ใช้ได้ 5 ครั้ง หรือ ใช้หลายคนพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อมีตั๋วอยู่ใบเดียว ทุกคนก็ต้องเดินทางไปด้วยกัน
![]()
ด้วยเหตุที่ตั๋วนี้ใช้ได้กับรถไฟธรรมดา ดังนั้นจึงจะต้องใช้เวลาเดินทางนานมาก จึงพ้องกับชื่อตั๋ว Seishun (青春) ซึ่งหมายถึงพวกวัยรุ่นนั่นเอง ผมเองก็เคยใช้ตั๋วนี้เหมือนกันแม้ว่าตอนนั้นจะไม่วัยรุ่นเท่าไหร่แล้ว (ตั๋วนี้เขาไม่ได้จำกัดอายุนะครับ แม้ว่าจะใช้ชื่อว่าวัยรุ่น แต่ใช้ได้ทุกวัยครับ) โดยใช้เดินทางไปเที่ยวฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น แต่เนื่องจากผมไม่ใช่วัยรุ่นเท่าไหร่ เราจึงเริ่มเดินทางด้วยการควักกระเป๋านั่งชินคันเซ็นไปลงที่ฮิโรชิมา แล้วค่อยๆ นั่งรถธรรมดาย้อนกลับมาเรื่อยๆ แวะพักตาม youth hostel ตามจังหวัดต่างๆ เช่น Okayama, Osaka, Kyoto, Nagoya ตอนนั้นรู้สึกจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน นับว่าเที่ยวได้คุ้มเลย ช่วงแรกๆ แต่ละคนจะยังแรงดีกันอยู่ ก็จะเดินเที่ยวกันทั้งเมือง ช่วงหลังๆ นี่แทบจะฝากของไว้ที่ล็อคเกอร์ตลอด และพยายามเดินให้น้อยที่สุดตามสภาพร่างกาย
ผมว่าข้อดีของการเที่ยวแบบนี้ก็คือประหยัด แล้วก็ได้ฝึกอะไรหลายๆ อย่าง ส่วนข้อเสียก็คืออาจจะเหนื่อย และใช้เวลามากไปหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงปิดเทอมก็ไม่น่าจะมีปัญหา
จุดที่สำคัญคือควรจะหาซื้อหนังสือตารางรถไฟของ JR และควรจะมีคนที่ดูตารางเก่งๆ ไปด้วย (ตารางมันออกแบบมาอ่านยากมากๆ) เพราะอาจจะสับสนกับเวลารถไฟได้ง่าย และยิ่งไปเที่ยวบ้านนอกถ้าพลาดรถไฟเที่ยวหนึ่งอาจจะต้องอีกหนึ่งหรือสองชั่วโมง เท่าที่จำได้เราจะพยายามเช็คเวลารถไฟทุกครั้งที่แวะสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อจะได้กะเวลาเที่ยวได้ถูกต้อง เรียกว่าจะต้องบริหารเวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด มิฉะนั้นอาจจะเดินทางไปไม่ถึงที่พักที่จองไว้
Recent Comments