Archive

Author Archive

ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายคำ #4 ฮาร์ดแวร์

December 17th, 2008

หลังจากงานราษฎร์ งานหลวง และโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า วันนี้มาเพิ่มคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ต่ออีกหน่อยดีกว่า วันนี้ว่าด้วยฮาร์ดแวร์ทั้งหลาย และศัพท์เกี่ยวข้องที่ @wittawatj แนะนำไว้

  • คนญี่ปุ่นมักจะเรียกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ โดยทับศัพท์ ซึ่งจะเขียนด้วยตัวคะตะคะนะ ได้แก่ จอภาพ = モニタ (monita), คีย์บอร์ด = キーボード (ki-bo-do), เมาส์ = マウス (mausu), ฮาร์ดดิสก์ = ハードディスク (ha-dodisuku), หน่วยความจำ = メモリ (memori), เมนบอร์ด = マザーボード (maza-bo-do, ลองทายกันดูเองล่ะกันว่ามาจากคำว่าอะไร แต่ไม่ใช่ mainboard), ยกเว้นพวกที่เป็นคำย่อจะใช้ตามภาษาอังกฤษไปอย่างนั้นเลย อย่างเช่น CD-ROM แต่จริงๆ คำนี้ก็มีชื่อเรียกรวมๆ เป็น 光ディスク (hikari disuku) คำว่า 光 แปลว่าแสง รวมแล้วจึงหมายถึง optical disk
  • มีจุดสังเกตอยู่จุดหนึ่ง คือ เวลาเขียนเสียงยาวด้วยคะตะคะนะ จะเขียนด้วยเครื่องหมาย ー เสมอ ถ้าเป็นฮิระงะนะจะใช้ตัวอักษรที่แทนเสียงนั้นมากำกับ
  • พูดถึงอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ลืมบอกไปว่ารวมๆ แล้ว จะเรียกว่า ハードウェア (ha-do wea) หรือ hardware นั่นเอง
  • ที่เหลือก็ศัพท์เกี่ยวข้อง เช่น click = クリック, ถ้าจะบูตเครื่องเริ่มใช้งาน จะใช้ศัพท์บัญญัติว่า 起動 (kidou) แปลว่า เริ่มทำงาน, ส่วนรีบูตจะใช้ว่า 再起動 (saikidou) แปลว่าเริ่มงานใหม่ ตัวคันจิ 再 (sai) เป็น prefix เหมือนกับ re- ในภาษาอังกฤษ

japanese, teaching , ,

You are the Hermit

December 16th, 2008

เห็นเขาเล่นกัน … เลยลองเล่นบ้าง นับว่าตรงพอสมควร

You are The Hermit

Prudence, Caution, Deliberation.

The Hermit points to all things hidden, such as knowledge and inspiration,hidden enemies. The illumination is from within, and retirement from participation in current events.

The Hermit is a card of introspection, analysis and, well, virginity. You do not desire to socialize; the card indicates, instead, a desire for peace and solitude. You prefer to take the time to think, organize, ruminate, take stock. There may be feelings of frustration and discontent but these feelings eventually lead to enlightenment, illumination, clarity.

The Hermit represents a wise, inspirational person, friend, teacher, therapist. This a person who can shine a light on things that were previously mysterious and confusing.

What Tarot Card are You?
Take the Test to Find Out.

life

ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายคำ #3 คอมพิวเตอร์

December 9th, 2008

วันนี้เขียนเป็นบลอกแทนเพราะชาวคณะหายไปไหนกันหมดไม่รู้ วันนี้เอาศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ล่ะกัน ง่ายดี เนื่องจากศัพท์ส่วนใหญ่มาจากภาษาอังกฤษ เลยเขียนด้วยคะตะคะนะ

  • คอมพิวเตอร์ จะเรียกกันโดยทั่วไปว่า “パソコン (pasokon, พะโซะคอน)” หรือเต็มๆ คือ “パーソナルコンピュータ (pasonaru kompyuta, พาโซะนะหรุ คอมปิวตะ)” ซึ่งทับศัพท์มาจาก personal computer แต่เนื่องจากญี่ปุ่นออกเสียงได้แค่ 50 เสียง ก็เลยออกมาเป็นอย่างนี้ คำว่า pasokon นี้เป็นคำกว้างๆ หมายถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าจะระบุว่าเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุค ก็จะเรียกย่อๆ ว่า “ノートパソコン (no-to pasokon, โนโตะ พะโซะคอน)” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ノート (no-to, โนโตะ)”
  • คำเหล่านั้น มักจะใช้กับผู้ใช้โดยทั่วไป ถ้าเป็นคนในวงการ (คอมพิวเตอร์นะ ไม่ใช่บันเทิง) มักจะเรียกคอมพิวเตอร์ แค่ “コンピュータ (kompyuta, คอมปิวตะ)” หรืออาจจะเรียก マシン (mashin, มะชิน)
  • อันที่จริงแล้ว ญี่ปุ่นก็มีศัพท์บัญญัติสำหรับคอมพิวเตอร์เหมือนกัน โดยเรียกคอมพิวเตอร์ว่า “計算機 (keisanki, เคซังคิ)” คำว่า “เคซัง (計算)” แปลว่า คำนวณ ส่วน “คิ (機)” เป็นตัวคันจิที่มีความหมายว่า “เครื่องกล” รวมกันจึงแปลว่า “เครื่องคำนวณ” คำนี้ปัจจุบันอาจจะไม่ค่อยเห็นกันเท่าไหร่ มักจะใช้ในเอกสารที่เป็นทางการ แต่คำว่าเคซัง ก็ยังนำไปใช้เรียกชื่อสาขาวิชา เช่น 計算工学 (keisankougaku, เคซังโคงะกุ) สำหรับสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
  • เมื่อพูดถึงคอมพิวเตอร์แล้ว ก็คงจะต้องพูดถึง ข้อมูล ที่เรียกว่า データ (เดตะ) ซึ่งแปลงมาจาก data และ สารสนเทศ ที่ใช้ว่า 情報 (jouhou, โจโฮ) ถ้าเป็นการประมวลผลสารสนเทศ (information processing) ก็จะเรียกว่า 情報処理 (jouhou shori, โจโฮ โซะหริ) คำว่า โซะหริ แปลว่า ประมวลหรือจัดการ ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology) จะเรียกว่า 情報技術 (jouhou gijutsu, โจโฮ กิจุทสึ) คำว่า กิจุทสึ แปลว่า เทคโนโลยี
  • โดยปกติแล้ว ศัพท์บัญญัติจะเป็นยาขมหม้อใหญ่ สำหรับคนที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เพราะจะต้องจำทุกอย่างใหม่หมด แถมภาษาญี่ปุ่นมีเสียงน้อยอีก ทำให้ศัพท์ต่างๆ มีแต่เสียง โค โจ โซ … อะไรพวกนี้เต็มไปหมดชวนเวียนหัวเป็นอย่างยิ่ง ผมเองก็อาศัยได้ยินบ่อยๆ แล้วก็จะเริ่มจำได้ ถ้าเริ่มชินก็จะไม่ยากมาก อย่างน้อยวิธีสร้างศัพท์ก็ค่อนข้างง่าย คือภาษาอังกฤษเรียงศัพท์ยังไง ก็แปลเป็นศัพท์บัญญัติของญี่ปุ่นเรียงตามนั้นได้เลย ไม่สับสนมากนัก

ที่จริง ยังมีศัพท์เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์อีกหลายคำ เอาไว้มาต่อวันหลังล่ะกัน

japanese , ,

ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายคำ #2 สีสัน

December 6th, 2008

วันนี้เป็นเรื่อง “สี”

  • ในภาษาญี่ปุ่น いろ (iro, 色) แปลว่า สี แต่คำนี้ก็เอาไปใช้ในความหมายว่า หลากหลาย เมื่อใช้ซ้ำกัน เป็น いろいろ (iro-iro, 色々)
  • เริ่มด้วยสีง่ายๆ ก่อน สีดำ ใช้ว่า くろい (kuroi, 黒い) ส่วนสีขาว ก็เป็น しろい (shiroi, 白い) อ้อพวกนี้เป็น adjective แบบอิ ถ้าจะใช้เป็นคำนามก็ตัดอิ
  • kuro จะแปลว่าสีดำ … shiro ก็สีขาว (อันหลังนี่เป็นชื่อหมาของชินจัง)
  • สีที่ชายไทยส่วนใหญ่รู้จัก ก็คือ あおい (aoi, 青い) แปลว่า สีฟ้าหรือเขียว คนญี่ปุ่นจะใช้สองสีนี้ปนกัน (คนไทยก็เป็น ยายผมเรียกหม้อฟ้าว่าหม้อเขียว)
  • คำนี้อ่านว่า อะโอะอิ ตามที่เขาสอนกันในเรื่องปิดเทอมใหญ่ ถ้าเป็นท้องฟ้า あおいそら (aoi-sora, 青い空) จะแปลว่าท้องฟ้าสีฟ้า
  • @kiznaps ใช่ครับ みどり ก็แปลว่าสีเขียว แต่อะโอะอิก็เขียวเหมือนกัน เช่น あおいはっぱ(aoi-happa) แปลว่าใบไม้สีเขียว หรือถ้าไฟจราจรสีเขียว ก็ใช้ あおしんごう
  • พอมีเขียวแล้ว ก็เอาไฟจราจรให้ครบเลย แดง ใช้ว่า あか (aka, 赤) ส่วนสีเหลือง จะใช้ きいろ (kiiro, 黄色)
  • จริงๆ แล้ว นอกจากสีหลักๆ แล้ว สีอื่นๆ ในภาษาญี่ปุ่น ก็มักจะเรียกตามสิ่งของ คือเอาชื่อของที่เป็นตัวแทนสีนั้นมา แล้วตามด้วยคำว่า iro เช่น
  • はいいろ (haiiro, 灰色) แปลว่า สีเทา คำว่า はい (hai, 灰) แปลว่า เถ้าถ่าน ถ้าสีน้ำตาลในญี่ปุ่น ก็จะเป็นสีน้ำชา เรียกว่า ちゃいろ (chairo, 茶色) ちゃ ก็คือชา
  • ปัจจุบันสีชมพู มักจะใช้ว่า ピンク (pinku) แต่ญี่ปุ่นก็มีสีชมพูใช้ว่า ももいろ (momoiro, 桃色) คำว่า もも แปลว่า ลูกท้อ ซึ่งมีเปลือกสีแดงอ่อนๆ ออกชมพู
  • เหลือสีอะไรอีก ส่วนใหญ่ก็จะตามภาษาอังกฤษแหละมั้ง เช่น オレンジ (orenji) ก็สีส้ม
  • เจ้า @Gainsayer บอกมาว่าขาดสีม่วง สีม่วง ใช้ว่า むらさき (murasaki, 紫)

japanese , ,

ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายคำ #1 สัพเพเหระ

December 6th, 2008

เนื่องจาก @kiznaps และพลพรรคมาชวนให้สอนภาษาญี่ปุ่น ก็เลยคิดว่าน่าจะสอนคำศัพท์ หรือไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้องผ่านทาง twitter. เลยกลายเป็นรายการ “เรียนภาษาญี่ปุ่นกับ @cholwich” ทีนี้เลยคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เลยเอามาแปะไว้ที่นี่ด้วยดีกว่า ช่วยลดการดองบลอก

  • วันนี้เริ่มที่ かおり(kaori, 香り)แปลว่า กลิ่น มักจะใช้กับกลิ่นหอม มีอีกคำที่คล้ายๆ กัน คือ におい (nioi, 匂い) แปลว่า กลิ่น เช่นกัน ใช้ในกรณีทั่วๆ ไป (อาจจะเป็นกลิ่นเหม็นก็ได้)
  • นิโอะอิ (ออกเสียงประมาณ นิโอ้ย) แปลว่า กลิ่นทั่วๆ ไป เช่น ใช้ว่า たべもののにおい (tabemono no nioi, 食べ物の匂い) แปลว่า กลิ่นอาหาร
  • คุไซ (くさい, kusai) แปลว่า เหม็น แต่ที่ออกเสียงเป็น คุเซ่ นี่เป็นแสลง วัยรุ่นจะออกเสียงท้ายของ adjective เป็นเอ เช่น อุไม่ (うまい, umai, แปลว่า อร่อย) ก็เป็น อุเม่ หรือ สุโกะอิ (すごい, sugoi, แปลว่า เจ๋ง) ก็เป็น สุเก้ ต้องออกเสียงยาวๆ ด้วย จะได้อารมณ์มากขึ้น
  • สุดท้าย かっこいい (kakko-ii อ่านว่า คัคโคะอี้) แปลว่า เท่ คำนี้มาจากคำว่า かっこう (kakkou, 格好) แปลว่า รูปร่าง ท่าทาง ส่วน いい (ii, 良い) แปลว่า ดี ส่วนคำตรงข้ามก็คือ かっこわるい (kakko-warui) คำว่า わるい (warui, 悪い) แปลว่า แย่ หรือเลว

วันแรก เอ้ย คืนแรก เอาแค่นี้ก่อนล่ะกัน

japanese, mac ,