ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายคำ #7 ขอบคุณ

มาเขียนต่อจากเมื่อวาน ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำทักทายอยู่ แต่วันนี้จะพูดถึงประโยคที่เกี่ยวกับการขอบคุณ และขอโทษแบบต่างๆ ในภาษาญี่ปุ่น

คิดว่าคนส่วนใหญ่คงรู้กันอยู่แล้วว่า คำขอบคุณในภาษาญี่ปุ่น จะพูดว่า ありがとう (arigatou) ถ้าจะพูดให้เป็นคำสุภาพขึ้น ใช้กับผู้ใหญ่ เป็นทางการ ก็เป็น ありがとうございます (arigatou gozaimasu) ถ้าหากจะให้แปลว่าขอบคุณมากแบบสุภาพ ก็จะพูดยาวขึ้นอีกเป็น どうもありがとうございます (doumo arigatou gozaimasu) ภาษาญี่ปุ่นนี่ส่วนใหญ่ยิ่งยาวรุงรังเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสุภาพเท่านั้น

แต่บางทีเราอาจจะพูดสั้นๆ แค่ どうも(doumo) ก็ขอบคุณเหมือนกัน ความสุภาพและระดับความเป็นทางการจะต่างกันหน่อย คำขอบคุณนี้บางครั้งก็อาจจะใช้เป็นรูปอดีต เพื่อเน้นถึงความขอบคุณในสิ่งที่ทำไปแล้ว โดยจะเปลี่ยนตอนท้ายให้เป็นรูปอดีต เป็น ありがとうございました (arigatou gozaimashita) ส่วนใหญ่มักจะใช้กันตามบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ เช่น เวลาไปซื้อของเสร็จแล้ว พนักงานในร้านก็มักจะพูดอย่างนี้ เพื่อบอกว่าขอบคุณที่มาซื้อของ (ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จบไปแล้ว เป็นอดีตไปแล้ว) แต่ผมก็จะรู้สึกแปลกๆ กับรูปอดีตนี้เสมอ เพราะจะรู้สึกว่ามันจบไปแล้ว แปลว่าเราจะไม่ต้องไปซื้ออีกเหรอ

เรื่องนี้จะต่างจากร้านค้าแบบโชห่วยสมัยเก่า ส่วนใหญ่คนขาย (มักจะเป็นลุงๆ) จะพูดว่า 毎度ありがとう (maido arigatou) ซึ่ง 毎度 นี้แปลว่า ทุกครั้ง หมายถึงว่าขอบคุณที่มีในบริการเสมอๆ จนแถวๆ โอซาก้า ลุงแกจะย่อกันเหลือพูดแค่ 毎度 (maido) เป็นอันรู้กันว่าขอบคุณ ถ้าเป็นสำเนียงเกียวโตส่วนใหญ่ก็จะพูดว่า おおきに (ookini) ซึ่งจะมีความหมายว่า มาก คล้ายๆ กับ どうも นั้นแหละ ไม่รู้ทำไมแต่ผมจะรู้สึกว่าคำขอบคุณแบบเกียวโต ดูน่ารัก นิ่มนวลกว่า แม้ว่ามันจะดูเหน่อไปซะหน่อย บังเอิญผมอยู่โตเกียวมาก่อน เวลาฟังเสียงคนโอซาก้า คนเกียวโตพูด ก็จะรู้สึกว่ามันเหน่อๆ แปร่งๆ ดูบ้านนอก แต่ก็ยังสงสัยว่า คนเกียวโต เวลาได้ยินคนโตเกียวพูดจะรู้สึกว่าเหน่อไหม ความเหน่อเป็นแค่ความต่างของเสียง หรือมากกว่านั้น ผมรู้สึกว่ามันมากกว่านั้น น่าเอาไปทำเป็นงานวิจัย แต่จุดเด่นของคนคันไซ (ละแวกเกียวโต โอซาก้า) ที่ผมรู้สึกแตกต่างจากคนไทยที่พูดสำเนียงอื่นๆ ก็คือ คนคันไซจะมีความภูมิใจในสำเนียงพูดของตัวเองสูง พูดได้โดยไม่เคอะเขิน ไม่สนใจด้วยว่าจะต้องพูดให้เหมือนสำเนียงโตเกียว แถมบางคนยังบอกอีกว่าสำเนียงโตเกียวฟังแล้วเห่ยมาก ไม่มีความนุ่มนวล อันนี้พอมาอยู่คันไซผมก็รู้สึกว่าจริง แล้วก็คิดถึงตัวเองตอนมาอยู่กรุงเทพใหม่ๆ พยายามออกเสียงว่า “เค้า” เวลาจะพูดคำว่า “เขา” เพราะไม่อยากโดนล้อ (จริงๆ โดนล้อก่อนแล้วค่อยหัดทีหลัง) ทั้งๆ ที่คนกรุงเทพนั่นแหละออกเสียงเพื้ยน :P

ชักจะยาวแล้ว จบตรงนี้ก่อนดีกว่า ไว้คราวหน้าจะพูดถึงคำขอโทษแบบต่างๆ

Comments 3

  1. JazRipper wrote:

    ありがとう
    สงสัยในคราวหน้าๆ อาจารย์จะต้องเค้าเรื่องสำเนียงแบบคันไซ 関西弁 ซะแล้ว ^__^
    เวลาดูในหนังหรือในทีวี รู้สึกว่ามันฟังดูมีชีวิตชีวาดีบางทีก็ ฮาๆ おもろい!

    Posted 20 Jan 2009 at 6:37 pm
  2. Natta wrote:

    そうそう、私関西弁も知りたいんですけど…

    関西弁はあまりわからへん!

    Posted 24 Jan 2009 at 11:20 am
  3. G-combiz wrote:

    *0* ขอบคุณคร้า

    Posted 20 Jan 2011 at 10:19 pm

Post a Comment

Your email is never published nor shared. Required fields are marked *