msgbartop
Just another blog of mine
msgbarbottom

20 Sep 08 Japan Rail Pass

วันก่อนมีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรมาหา บอกว่ากำลังจะไปธุระที่ญี่ปุ่น เลยจะถือโอกาสเที่ยวต่อ สุดท้ายก็เลยคุยกันถึงตั๋วรถไฟพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เรียกว่า “Japan Rail Pass” พอคุยแล้วก็ถือโอกาสเอามาเขียนไว้ที่นี้ด้วย คราวหน้าโดนคนอื่นถามอีกจะได้บอกให้มาอ่านที่นี่ สมัยผมเป็นนักเรียน Japan Rail Pass เป็นตั๋วที่ใฝ่ฝันและอยากจะมีโอกาสได้ใช้ แต่ไม่มีสิทธิเนื่องจากตั๋วนี้ซื้อได้เฉพาะผู้ที่เข้าญี่ปุ่น ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวเท่านั้น นักเรียนไม่มีสิทธิ แล้วตั๋วนี้พิเศษยังไงล่ะ

Japan Rail Pass เป็นตั๋วที่เกิดจากความร่วมมือของบริษัท JR (การรถไฟของญี่ปุ่น ที่ถูกแปรรูปไปเป็นเอกชนแล้ว) ทั้งหกบริษัท ผู้ถือตั๋วนี้สามารถใช้บริการรถไฟของบริษัท JR ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งจะเริ่มต้นที่ 7 วัน ซึ่งบริษัท JR นี้เองที่เป็นผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง ที่เรียกว่า Shinkansen ด้วย จึงสามารถใช้ Japan Rail Pass เดินทางไปยังเมืองต่างๆ ได้ แถมยังจองที่นั่งได้ด้วย จึงอำนวยความสะดวกอย่างมากแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากตั๋วนี้มีไว้เฉพาะนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ไปอยู่ในญี่ปุ่นระยะสั้นเท่านั้น จึงไม่สามารถซื้อภายในประเทศญี่ปุ่นได้ จะต้องซื้อจากตัวแทนจำหน่ายก่อนที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น อย่างในเมืองไทยก็สามารถหาซื้อได้จากสำนักงานของสายการบินญี่ปุ่น ทั้ง ANA และ JAL รวมถึงบริษัทท่องเที่ยวญี่ปุ่น เช่น JTB เป็นต้น ผมเองเคยซื้อจากสำนักงานของ ANA ซึ่งอยู่ภายในตึกซีพี แถวสีลม ซึ่งตัวแทนเหล่านี้จะออกเอกสารคล้ายๆ ใบเสร็จรับเงินให้ เราจะต้องถือใบนี้ไปที่สาขาของ JR (ที่อยู่ตามสถานีต่างๆ ที่สนามบินก็มี) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตั๋วให้ โดยเขาจะขอดูพาสปอร์ตเพื่อเช็คว่าเราเข้าเมืองมาเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ หรือไม่ เราสามารถบอกเขาได้ด้วยว่าอยากจะเริ่มใช้ตั๋วนี้วันไหน เมื่อถึงวันเริ่มใช้ก็นับไปเจ็ดวันได้เลย ในระหว่างนี้สามารถขึ้นรถไฟของ JR ไปไหนก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง อยากจะแวะลงกลางทางตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดทั้งสิ้น ถ้าจะใช้บริการ Shinkansen ก็สามารถเลือกนั่งที่นั่งแบบไม่ต้องจอง (เรียกว่า jiyuu-seki) คือไปรอขึ้นรถที่ชานชลาเลย หรือจะไปขอให้เจ้าหน้าที่จองที่นั่งและเที่ยวรถที่จะเดินทางให้ก่อนก็ได้ จะได้แน่ใจว่าเราจะมีที่นั่งแน่ๆ ไม่ต้องยืนหลายๆ ชั่วโมง การจองที่นั่งก็ไม่จำเป็นต้องเสียอะไรเพิ่มเติมอีก (ถ้าซื้อตั๋วแบบปกติจะต้องเสียเพิ่มอีกหลายร้อยเยน)

ทีนี้อาจจะสงสัยว่า JR ยอมให้ใช้ตั๋ว Japan Rail Pass ขึ้นรถไฟแบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวได้อย่างนี้ ตั๋วก็น่าจะราคาแพงมากๆ สินะ คำตอบก็คือ ถ้าดูจากค่าครองชีพไทย ตามราคาแล้วก็แพงเอาการทีเดียว ไม่ได้ลองเช็คเหมือนกันว่าปัจจุบันราคาเท่าไหร่ แต่ที่ผมเคยซื้อราคาประมาณ 27,000 เยน (หรือ 9,000 บาท) สำหรับประเภทใช้ได้เจ็ดวัน แต่ถ้าลองเอาราคานี้ ไปเทียบกับราคารถไฟแบบปกติ (ที่คนญี่ปุ่น หรือคนที่ไปอยู่ระยะยาวซื้อ) แล้วจะรู้สึกเลยว่าคุ้มมาก เพราะค่ารถไฟชินคันเซ็นแบบไปกลับจากโตเกียวไปโอซากา ก็ราคาประมาณ 25,000 เยนแล้ว ตั๋วแบบปกตินี้จะระบุไว้เลยว่าเดินทางจากไหนไปไหน จะลงรถระหว่างทางแล้วกลับมาขึ้นใหม่อีกก็ไม่ได้แล้ว ฉะนั้นถ้าวางแผนจะเดินทางไปหลายๆ เมืองในระหว่างที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็น่าจะลองพิจารณาตั๋ว Japan Rail Pass ดูได้ ผมคิดว่าน่าจะช่วยให้ควบคุมค่าเดินทางในญี่ปุ่นได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะรถไฟของ JR นี้มีให้บริการอยู่ทุกเมือง มีรถไฟหลายประเภท ทั้งระยะสั้น และระยะยาว แถมยังเอาตั๋ว Japan Rail Pass นี้เอาไปใช้กับรถบัสกับเรือที่บริหารโดย JR ก็ได้ด้วย อย่างเรือก็มีอยู่ที่เดียว คือเรือเฟอรี่ที่เชื่อมระหว่างฝั่งฮิโรชิมากับเกาะมิยาจิมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามของที่ๆ ควรจะต้องไปชมในญี่ปุ่น

แล้วพวกนักเรียนที่ไปอยู่นานๆ ล่ะ ถ้าอยากเที่ยวไกลๆ หลายๆ เมืองจะทำยังไง โดยปกติช่วงปิดเทอม JR จะมีตั๋วอีกประเภทหนึ่ง เรียกว่า Seishun-18 (seishun แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิของช่วงชีวิต หรือวัยรุ่นนั่นเอง) ตั๋วนี้ก็สามารถขึ้นรถของ JR ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งเหมือนกัน ราคาค่าตั๋วก็ถูกมาก ตกวันละประมาณ 2000 เยนเอง แต่มีข้อจำกัดเดียวก็คือใช้ได้เฉพาะรถไฟธรรมดาที่วิ่งระหว่างเมืองเท่านั้น ไม่มีสิทธิจองที่นั่งใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่มีที่นั่งก็ต้องยืน หรือไม่ก็นั่งกับพื้นรถไฟซึ่งอาจจะถูกนายท้ายรถว่าเอาได้ เพราะฉะนั้นการเที่ยวด้วยตั๋วแบบนี้ก็ต้องอาศัยความทรหดอยู่พอควร เหมาะสำหรับวัยรุ่นอย่างเรา (เมื่อหลายปีที่แล้ว) เริ่มง่วงแล้ว ไว้ค่อยมาเล่าเรื่องตั๋ว seishun วันหลังล่ะกัน เมื่อไหรยังไม่รู้

Tags: , ,

Reader's Comments

  1. |

    เคยใช้เมื่อ 6 ปีก่อน
    คุ้มจริงๆ ครับ
    (ใช้ไปถึงนางาซากิเลย)

  2. |

    grandiosa a prono si orento bundem con camentorr. dinia vaponsus se evaves son quadios mi prevado onobrusse y ogebam dulha direiria.

Leave a Comment