วันนี้คิดถึงอะไรหลายๆ อย่างวนไปวนมา แล้วก็นึกถึงเพลง 世界に一つだけの花 (ดอกไม้ชนิดเดียวในโลก) ของ SMAP ที่มีเนื้อหาดี เปรียบเทียบมนุษย์แต่ละคนเป็นเหมือนดอกไม้
それなのに僕ら人間は どうしてこうも比べたがる?
ทำไมพวกเรามนุษย์ทั้งหลายจึงอยากเปรียบเทียบกัน?
一人一人違うのにその中で 一番になりたがる?
อยากจะเป็นที่หนึ่งในบรรดาผู้คนที่แตกต่างกันหรือ?そうさ僕らは
ที่จริงแล้ว เราแต่ละคนก็เป็นเหมือน
世界に一つだけの花
ดอกไม้ชนิดเดียวในโลกนี้
一人一人違う種を持つ
แต่ละคนมีเมล็ดพันธุ์ที่แตกต่างกันอยู่
その花を咲かせることだけに
การจะทำให้เมล็ดนั้นกลายเป็นดอกไม้ที่เบ่งบานได้
一生懸命になればいい
ด้วยพยายามของตัวเองอย่างเต็มที่ก็พอแล้ว
หลังจากสอนหนังสือมาสามปี ผมรู้สึกว่านักเรียนส่วนใหญ่ (ไม่ทั้งหมดหรอก แต่ว่าเยอะ) สนใจแค่คะแนนและเกรด ทำให้อาจารย์หลายๆ คน (รวมทั้งตัวผมด้วย) พยายามล่อนักเรียนด้วยการให้คะแนนไปซะทุกอย่าง มีนักเรียนไม่เยอะที่ผมรู้สึกว่าสนใจจริงๆ ในเนื้อหาที่กำลังเรียนอยู่ หรือพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มเติมด้วยตัวเอง จริงๆ แล้วเกรดหรือคะแนน มันไม่ได้มีผลมากนักหรอกในโลกภายนอกมหาวิทยาลัย อาจจะจริงอยู่ที่เขาจะดูเกรดเวลารับเข้าทำงานหรือเรียนต่อ แต่หลังจากนั้นเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าในแต่ละคนต่างหาก ที่จะเป็นส่วนสำคัญทำให้แต่ละคนกลายเป็นดอกไม้ที่สวยงาม และประสบความสำเร็จ จึงอยากให้ทุกคนสนใจที่จะบ่มเพาะตัวเองให้พร้อมที่จะออกไปเป็นดอกไม้ในโลกภายนอก
รู้สึกว่าวันนี้จะเขียนจริงจังไปแฮะ จริงๆ ก็แค่อยากแนะนำเพลงเท่านั้นแหละ อ้อ…ถ้าอยากอ่านคำแปลแบบเพราะๆ ก็ไปดูได้ที่ http://www.iknow.co.jp/user/delphine_bell/journal/2008/3/8/25745 อ่านแล้วกินใจกว่าที่ผมแปลข้างบนเยอะ ความสามารถในการแต่งประโยคของผมมีแค่นี้แหละ
Tags: japanese, smap, song, teaching, thought
นักเรียนส่วนหนึ่งคงจะเป็นจริงอย่างที่ว่าครับ
ซึ่งก็ยากเหลือเกินที่จะกระตุ้น ให้เกิดความสนใจใฝ่รู้ในหมู่ผู้เรียนจริงๆได้ โดยไม่ให้แรงจูงใจด้วย คะแนน
ต้องการแรงจูงใจอื่น ?
ผมพบว่า(กับตัวเอง) เหตุการณ์จะสร้างวีรบุรุษเสมอ เช่นหากว่า ต้องการสร้างโปรแกรมสักตัว ก็จะหมกมุ่นสนใจในเรื่องที่ต้องรู้อยู่อย่างนั้น
ดังนั้น หากต้องการให้นักศึกษาสนใจในการเรียนการสอนเรื่องดังกล่าว ก็คงต้องกำหนดเป้าหมายเป็นระยะ .. ที่่น่าสนใจ .. ท้าทาย .. สิ่งที่จะบอกเขาได้ว่า ที่เรียนไปนั้นไม่สูญเปล่านะ
ขอบคุณครับ
ผมเคยพยายามลองหลายอย่างเหมือนกัน แต่ยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้
คงต้องพยายามต่อไป
ในฐานะนักเรียน ผมเห็นด้วยกับความเห็น 1 ครับ คือ จะต้องมีสิ่งหนึ่งมาบอกว่าสิ่งที่เรียนน่ะมันไม่สูญเปล่านะ ต้องมีจุดมุ่งหมายครับ
อาจารย์อาจมองเด็กแล้วคิดในใจว่า ทำไมเด็กถึงไม่ค่อยตั้งใจเรียนกัน ? คำตอบหลายๆครั้งจากนักเรียนก็คือ ไม่รู้เรียนแล้วเอาไปทำอะไรได้… เช่น เด็กภาค computer science บางคน เขาไม่รู้จริงๆ นะครับว่าเอาวิชาสถิติที่เรียนน่ะไปทำอะไรกับด้านคอมพิวเตอร์ได้ ถ้าอาจารย์ผู้สอนบอกนักเรียนซะหน่อยว่า สถิติเนี่ยเป็นพื้นที่ทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้นะ ต่อไปถ้าจะสร้างโปรแกรมด้าน AI ต้องใช้สถิตินะ แค่นี้ก็ช่วยให้คนบางคนตั้งใจเรียนสถิติมากขึ้นได้นะครับ
มุมมองของเด็กไม่ได้กว้างแบบอาจารย์ครับ นักเรียนไม่รู้ว่าวิชาอะไรเป็นพื้นของวิชาไหน วิชาไหนเอามาทำอะไรได้บ้าง
ถ้านักเรียนได้รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเรียนอยู่เนี่ย มันเอามาเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่อยากทำได้ นักเรียนจะตั้งใจเรียนโดยไม่สนเกรดครับ เพราะเขาชอบอยู่แล้ว
ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ ชอบๆ ผมเห็นด้วยนะว่าจุดมุ่งหมายก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่บางทีก็มีปัญหาว่าสิ่งที่คนสอนกับคนเรียนคิดอาจจะไม่ตรงกัน หรือบางทีมันก็ไกลเกินไปที่จะเชื่อมเข้าด้วยกัน อย่างเช่นวิชาสถิติที่เล่ามา ผมว่าเป้าหมายของคนสร้างหลักสูตรและอาจารย์ที่สอน อาจจะอยู่แค่ให้นักเรียนเข้าใจหลักการ เพื่อเอาไปใช้กับการเก็บข้อมูลตัวอย่างต่างๆ หรือให้คิดถึงพวกความน่าเชื่อถือของข้อมูล เขาอาจจะไม่ได้มองกว้างไปถึงคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมเท่าไหร่หรอก
เรื่องมุมมองกว้างนี่ก็เป็นสิ่งที่ยาก ว่าจะหาทางอธิบายเรื่องพวกนี้ได้ยังไงตั้งแต่เริ่มแรก ผมเองก็ต้องหาทางเอามาปะติดปะต่อเอง กว่าจะเห็นภาพกว้างขึ้นก็น่าจะเรียนจบแล้วล่ะมั้ง ที่ผมเริ่มทำเมื่อต้นเทอมนี้ก็คืออธิบายก่อนตั้งแต่ชั่วโมงแรก ว่าวิชาที่จะเรียนนี้มันเกี่ยวข้องกับวิชาที่เรียนมาแล้ว และวิชาที่จะเรียนต่อไปยังไง แต่ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่านักเรียนเขาจะเห็นภาพชัดขึ้นหรือเปล่าว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ยิ่งที่สอนอยู่ตอนนี้ ไม่ได้พูดเรื่องใหม่ แต่พูดเรื่องต่างๆ ในรายละเอียดที่แม้จะไม่รู้ก็ทำอะไรได้อยู่แล้ว
เนื้อหาดีครับ..ขอบคุณ