ช่วงนี้มีโอกาสดูละครเรื่อง Liar Game ซึ่งเป็นละครช่วงดึกของช่อง FujiTV เป็นเรื่องราวของนางเอกผู้แสนซื่อ ที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเกมแห่งการหลอกลวง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องพยายามหลอกล่อผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ให้หลงเชื่อ เพื่อที่จะทำเงิน (ผลประโยชน์) ให้ตัวเองมากที่สุด และสามารถชนะเกมได้ในที่สุด อย่างเกมแรกนางเอกกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นอาจารย์สมัยเด็ก จะได้รับเงินฝ่ายละร้อยล้านเยน และมีเวลาสามสิบวันในการหลอกลวงซึ่งกันและกัน เพื่อให้อีกฝ่ายนำเงินไปให้ตนเองให้มากที่สุด ตัวเองจะได้ชนะในเกมนี้ ส่วนผู้แพ้ก็จะต้องเป็นหนี้กับผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งจะมารับเงินจำนวนร้อยล้านเยนคืนเพื่อจบการแข่งขัน บรรยากาศของละครเรื่องนี้จึงเข้ากับสถานการณ์การเมืิองไทยในตอนนี้มากที่สุด ทำให้ดูแล้วอินมาก
(ต่อไปนี้เป็นสปอยล์)
นางเอกซึ่งเป็นคนซื่อๆ จนไม่ทันการหลอกลวงของผู้ร่วมเล่นเกม ต้องไปขอความช่วยเหลือจากอะกิยะมะ นักต้มตุ๋นที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ความสามารถในการหลอกลวงและวางแผนของอะกิยะมะทำให้นางเอกผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆ มาได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ดีนางเอกไม่ได้เป็นเพียงคนซื่อ แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องหลอกลวง หรือใส่หน้ากากเข้าหากัน จึงพยายามหาทางให้เกมจบลงโดยที่ผู้ร่วมเกมทุกคนไม่ต้องเจอหนี้จำนวนมหาศาล ซึ่งก็มีเพียงทางเดียวคือผู้ร่วมเกมทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ ก็จะต้องไม่มีใครหักหลัง สุดท้ายละครพยายามสรุปว่าโลกนี้จะมีแสงสว่างอยู่ เราน่าจะยังหวังว่าจะมีคนอย่างนางเอกของเรื่อง ที่แม้จะถูกโกหกหลอกลวงแค่ไหน ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ พยายามที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกัน ดูจนจบแล้ว โดยส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับบทสรุปเท่าไหร่ เพราะแม้จะมีคนอย่างนางเอกอยู่ในเกม แต่ถ้าไม่มีอะกิยะมะที่ทำให้นางเอกถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นๆ ก่อน ก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนหันหน้ามาร่วมมือกันได้
ดูแล้วก็คิดถึงโลกทุนนิยม ที่เกมแต่ละเกมก็เหมือนโลกทุนนิยมทุกวันนี้ เราไม่มีทางเปลี่ยนโลกนี้ให้เป็นยูโทเปียได้ถ้ามนุษย์ทุกคนไม่ร่วมมือกัน แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีทางที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกันได้ง่ายๆ เพราะมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว จะไม่มีทางร่วมมือกันถ้าหากไม่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจริงๆ หรือไม่มีทางดิ้นหนีหรือหักหลังเพื่อทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ สุดท้ายเราก็ต้องการสิ่งที่เป็นเหมือนอะกิยะมะในเกม ที่ทำให้ทุกคนเข้าตาจนจนกระทั่งต้องหันกลับมาร่วมมือกัน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าเราจะมีอะไรแทนคนอย่างอะกิยะมะในโลกความเป็นจริงได้
เป็นการ์ตูนด้วยครับ รู้สึกจะของค่ายชูเอย์ฉะ
น่าอ่านมากเลย
ดูเหมือนกันเลย อาจาน หนุกๆ ^_^”