Archive

Archive for December, 2007

Liar Game

December 27th, 2007

ช่วงนี้มีโอกาสดูละครเรื่อง Liar Game ซึ่งเป็นละครช่วงดึกของช่อง FujiTV เป็นเรื่องราวของนางเอกผู้แสนซื่อ ที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเกมแห่งการหลอกลวง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องพยายามหลอกล่อผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ให้หลงเชื่อ เพื่อที่จะทำเงิน (ผลประโยชน์) ให้ตัวเองมากที่สุด และสามารถชนะเกมได้ในที่สุด อย่างเกมแรกนางเอกกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นอาจารย์สมัยเด็ก จะได้รับเงินฝ่ายละร้อยล้านเยน และมีเวลาสามสิบวันในการหลอกลวงซึ่งกันและกัน เพื่อให้อีกฝ่ายนำเงินไปให้ตนเองให้มากที่สุด ตัวเองจะได้ชนะในเกมนี้ ส่วนผู้แพ้ก็จะต้องเป็นหนี้กับผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งจะมารับเงินจำนวนร้อยล้านเยนคืนเพื่อจบการแข่งขัน บรรยากาศของละครเรื่องนี้จึงเข้ากับสถานการณ์การเมืิองไทยในตอนนี้มากที่สุด ทำให้ดูแล้วอินมาก

(ต่อไปนี้เป็นสปอยล์)

นางเอกซึ่งเป็นคนซื่อๆ จนไม่ทันการหลอกลวงของผู้ร่วมเล่นเกม ต้องไปขอความช่วยเหลือจากอะกิยะมะ นักต้มตุ๋นที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ความสามารถในการหลอกลวงและวางแผนของอะกิยะมะทำให้นางเอกผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆ มาได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ดีนางเอกไม่ได้เป็นเพียงคนซื่อ แต่ยังมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องหลอกลวง หรือใส่หน้ากากเข้าหากัน จึงพยายามหาทางให้เกมจบลงโดยที่ผู้ร่วมเกมทุกคนไม่ต้องเจอหนี้จำนวนมหาศาล ซึ่งก็มีเพียงทางเดียวคือผู้ร่วมเกมทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่การที่จะทำอย่างนั้นได้ ก็จะต้องไม่มีใครหักหลัง สุดท้ายละครพยายามสรุปว่าโลกนี้จะมีแสงสว่างอยู่ เราน่าจะยังหวังว่าจะมีคนอย่างนางเอกของเรื่อง ที่แม้จะถูกโกหกหลอกลวงแค่ไหน ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ พยายามที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกัน ดูจนจบแล้ว โดยส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับบทสรุปเท่าไหร่ เพราะแม้จะมีคนอย่างนางเอกอยู่ในเกม แต่ถ้าไม่มีอะกิยะมะที่ทำให้นางเอกถือไพ่เหนือกว่าคนอื่นๆ ก่อน ก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนหันหน้ามาร่วมมือกันได้

ดูแล้วก็คิดถึงโลกทุนนิยม ที่เกมแต่ละเกมก็เหมือนโลกทุนนิยมทุกวันนี้ เราไม่มีทางเปลี่ยนโลกนี้ให้เป็นยูโทเปียได้ถ้ามนุษย์ทุกคนไม่ร่วมมือกัน แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีทางที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือกันได้ง่ายๆ เพราะมนุษย์มีความเห็นแก่ตัว จะไม่มีทางร่วมมือกันถ้าหากไม่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันจริงๆ หรือไม่มีทางดิ้นหนีหรือหักหลังเพื่อทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ สุดท้ายเราก็ต้องการสิ่งที่เป็นเหมือนอะกิยะมะในเกม ที่ทำให้ทุกคนเข้าตาจนจนกระทั่งต้องหันกลับมาร่วมมือกัน แต่ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าเราจะมีอะไรแทนคนอย่างอะกิยะมะในโลกความเป็นจริงได้

drama, japanese ,

Grails

December 7th, 2007

วันก่อนเห็นบลอคของอาทเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Netbeans 6.0 กับ Grails เลยลองไปนั่งอ่านดู Grails ก็เป็นกรอบสำหรับพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันที่อิงมาจาก Ruby on Rails แต่ใช้ภาษา Groovy เป็นหลัก และทำงานบน Java Virtual Machine ลองอ่านหนังสือแนะนำการพัฒนาเว็บโดยใช้ Grails ดูแล้ว ก็ไม่ต่างจาก RoR  หรือกรอบงานแบบเดียวกัน เช่น CakePHP แต่จุดเด่นของ Grails น่าจะอยู่ที่การใช้ JVM ให้สามารถใช้เครื่องมือ รวมทั้งไลบรารีต่างๆ ที่สร้างสำหรับ Java EE ได้เลย มีเครื่องมือให้ใช้เยอะพอดู น่าลองใช้ ที่ดูๆ อยู่เนื่องจากปี (การศึกษา) ที่แล้วพัฒนาระบบเก็บข้อมูลภายในสำหรับสถาบันฯ ด้วย CakePHP เว็บที่ทำขึ้นยังค่อนข้างสกปรกอยู่ ปีนี้อาจจะต้องปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติม

ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Grails แล้วสะดวกขึ้น หรือสามารถหาคนมาช่วยพัฒนาแทนได้ ไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด ก็น่าสนใจ ดูคร่าวๆ แล้ว เห็นว่า Grails มีโครงสร้างต่างๆ ที่ดีกว่า CakePHP เยอะ เพราะจุดขายของกรอบงานแบบนี้ คือ วิธีการที่เรียกว่า scaffolding ซึ่งทำให้สามารถสร้างเว็บเพื่อทำ CRUD (Create-Retrieve-Update-Delete) ได้ง่ายๆ แต่ก็เป็นปัญหาด้วยส่วนหนึ่ง เนื่องจากอาจจะไม่ได้ออกแบบมาให้ปรับแต่งได้ตามความต้องการของระบบ สุดท้ายเวลาต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ต้องมาหาวิธีปรับแต่งเอง หรือเขียนเองทั้งหมด อย่าง RoR ก็ต้องมี StreamLine หรือ ActiveScaffold ออกมาเพื่อช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่วนนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นของ Grails

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่สำคัญของการใช้กรอบงานแบบนี้ คือ แนวความคิดในการพัฒนาโปรแกรมของนักพัฒนา ที่จะต้องก้าวข้ามเข้ามาอยู่ในกรอบ Object Oriented และ Model-View-Controller ผมรู้สึกว่านักศึกษาที่สอนอยู่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถข้ามมาได้ ส่วนใหญ่ยังติดอยู่กับ structured programming หวังว่าปีหน้าถ้าเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาโปรแกรมใหม่ ตั้งแต่วิชาแรกที่เริ่มเรียน เขาน่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายจดลิงก์ไว้กันลืม

    programming , , ,