ฝึกงาน
ในหลักสูตรของภาควิชาฯ การฝึกงานถือเป็นวิชาบังคับ ที่นักศึกษาทุกคนจะต้องผ่าน ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นการเตรียมตัว ให้นักศึกษาเข้าใจสถานการณ์จริงที่ตัวเองต้องประสบหลังจากจบการศึกษาแล้ว ในหลักสูตรส่วนใหญ่มักจะกำหนดจำนวนชั่วโมง หรือจำนวนวันขั้นต่ำที่นักศึกษาจะต้องไปใช้ชีวิตในบริษัทหรือองค์กรภายนอก ซึ่งไม่ใช่แค่ไปให้เขาเห็นหน้าให้ครบตามจำนวนชั่วโมง แต่ต้องแบกความรับผิดชอบ และความเป็นผู้ใหญ่ไปด้วย หมายความว่านักศึกษาควรจะเตรียมตัวให้พร้อม และเตรียมใจไว้ด้วย ว่าเราคือพนักงาน (ชั่วคราว) คนหนึ่งขององค์กรนั้น นอกจากนี้ระหว่างฝึกงานก็ควรจะมีความกระตีอรือร้นที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เพราะสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยจะเน้นแค่ทฤษฎี หรือหลักการกว้างๆ ที่นักศึกษาควรเข้าใจ แต่องค์กรธุรกิจอาจจะมีวิธีการทำงาน หรือความรู้เฉพาะด้านที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติม นอกจากนี้ควรสังเกตวิธีการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ไปพร้อมๆ กับการมองหาจุดด้อยของตัวเอง เพื่อที่หลังจากการฝึกงานแล้ว จะได้ใช้เวลาที่เหลืออีกหนึ่งปี เตรียมตัวให้พร้อมที่จะก้าวสู่โลกแห่งความเป็นจริงต่อไป
วันนี้มาบ่นอีกแล้ว หลังจากได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง รู้สึกจะเป็นความผิดพลาด และอ่อนประสบการณ์ของตัวเองอีกแล้ว
ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับว่า ที่โดนบ่นมาเป็นอะไรมากกว่านะครับ
ผมคิดว่าอาจารย์ก็มีหน้าที่ดูแลในระดับนึง
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวนักศึกษา
เป็นรายบุคคลๆไปอยู่ดีน่ะแหละครับว่าจะดีหรือไม่ดี
แต่จะเรียกว่าผิดพลาดไหม มันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจนะครับ
อาจารย์อย่าคิดมากนะครับ (พอเริ่มทำงานเริ่มรู้สึกว่า
เรียนเหนื่อยยังไงก็ยังอยากเรียนมากกว่าอยู่ดีแฮะ)
ผมดีใจที่ได้เรียนกับอาจารย์นะครับ
อย่าเครียดค่ะอ.
หนูฝึกงานเสร็จแล้วค่ะ อิอิ สบายใจ
แต่พอเห็นตารางเรียนปีหน้า จะเป็นลม
ผมคิดว่าบางทีนักศึกษาหลายๆ คนก็ไม่ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของการฝึกงานครับ (อาจดูได้จากหน่วยงานที่ถูกส่งไปบางแห่ง)
แต่ก็อยากให้มีการให้ข้อมูลแก่นักศึกษาว่า ที่ที่เขาจะไป เขาจะได้เจออะไร เขาจะได้เลือกที่จะไป ไม่ใช่ให้เขาเดาเอาเอง แล้วพอไปเจองานบางประเภท (งานเสมียน) กลายเป็นการเสียโอกาสของเขาแทนที่จะได้ใช้ความรู้ที่ได้ศึกษามาในการฝึกงาน
ที่กล่าวถึงประเด็นนี้เพราะเผอิญได้ทำงานร่วมกับนักศึกษาฝึกงานกลุ่มหนึ่ง (ของมหาวิทยาลัยหมาดๆ ของเอกชน) ซึ่งดูแล้วงานของเขาเป็นงานที่ไม่น่าให้พวกเขาทำเลย (ก็งานเสมียนนี่แหละ)