Stylish และ Twitter

February 6th, 2010

หลังจากที่ twitter ออกฟีเจอร์ใหม่ให้แจ้ง tweet เพิ่มเติมอัตโนมัติ ผมก็มักจะใช้ Firefox เล่น twitter ตรงๆ ผ่านเว็บ แต่ก็พบปัญหาหนึ่งคือเว็บของ twitter จะแสดงภาษาไทยไม่ถูกต้อง สระบนถูกตัดแสดงไม่ครบ ลองใช้ Firebug ตรวจดูพบว่าเกิดจากปัญหาของ CSS ที่กำหนดความสูงของบรรทัดไว้เป็นค่าคงที่ ซึ่งจะใช้ได้ดีกับภาษาอังกฤษ แต่ก่อปัญหาให้กับภาษาไทย

ผมแก้ไข CSS โดยใช้ add-on ของ Firefox ที่ชื่อ Stylish ซึ่งจะทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลของเว็บที่กำหนดโดย URL ได้ เมื่อติดตั้งเสร็จ ก็แค่เปิดเว็บ twitter แล้วก็เลือกที่ icon ของ Stylish ที่อยู่มุมล่างขวาของ Firefox จากนั้นก็เลือก “Write new style” > “For twitter.com” จากนั้นก็เพิ่ม CSS ตามข้างล่างนี้ เพื่อกำหนดให้ใช้ line-height เป็นแบบปกติ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย

.entry-content {
line-height: normal !important;
}
textarea#status {
line-height: normal !important;
}

firefox , , ,

ลองเล่น Go

November 22nd, 2009

ไม่ได้เขียนอะไรใหม่ๆ ที่นี่มาเกือบครึ่งปี เพราะงานยุ่ง แล้วก็ยังเสพติด twitter และ facebook งอมแงมอีกต่างหาก วันนี้มีเวลาว่าง (จริงๆ ก็ไม่ว่างหรอก แต่ขี้เกียจทำงานที่ควรจะทำ) เลยเอา Go Programming Language ที่พัฒนาโดย Google มาลองเล่นดู เนื่องจากผมใช้ Mac OS X ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนอยู่แล้ว ก็เลยติดตั้งไม่ยาก แค่มี XCode อยู่ แล้วลง mercurial เพิ่ม ก็สามารถโหลดซอร์สโค้ดคอมไพเลอร์ของ Go มาคอมไพล์เองได้เลย ใช้เวลาคอมไพล์ตัวคอมไพเลอร์สั้นมาก แป๊บเดียวเสร็จ ประทับใจพอสมควร

จากนั้นก็เลยลองเขียนโปรแกรมแบบมั่วๆ (เพราะยังงงกับ syntax อยู่) เพื่อแก้ปัญหา N-Queens แบบง่ายๆ (ใช้ backtracking search ด้วย recursive ดื้อๆ เอานี่แหละ) โดยใช้ Go:

package main
 
import "fmt"
 
var N int = 10
 
func nqueens(board []int, filled int) int {
	var attack bool = false;
	if filled == N-1 {
		for i:=0; i<N; i++ {
			fmt.Printf("%d\t", board[i])
		}
		fmt.Printf("\n");
		return 1
	}
	filled += 1;
	for i:=0; i<N; i++ {
		board[filled] = i;
		attack = false;
		for j:=0; j<filled; j++ {
			dy := board[j]-board[filled];
			dx := j - filled;
			if (board[j] == board[filled]) || 
			(dy/dx == 1 || dy/dx == -1) && (dy%dx == 0) {
				attack = true;
				break
			}
		}		
		if !attack {
			nqueens(board, filled)
		}	
	}
	return 0
}
 
func main() {
	var board []int = make([]int, N);
	nqueens(board, -1);
}

ด้วยความอยากรู้ ก็เลยลองเอาโปรแกรมนี้เอามาแปลงเป็นภาษา C แบบตรงๆ บรรทัดต่อบรรทัด

#include<stdio.h>
#include<stdlib.h>
 
const int N=10;
 
int nqueens(int *board, int filled) {
	int i,j,attack,dy,dx;
	if (filled == N-1) {
		for(i=0; i<N; i++)
			printf("%d\t", board[i]);
		printf("\n");
		return 1;
	}
	filled++;
	for(i=0; i<N; i++) {
		board[filled] = i;
		attack = 0;
		for(j=0; j<filled; j++) {
			dy = board[j]-board[filled];
			dx = j - filled;
			if ((board[j] == board[filled]) ||
			((dy/dx == 1 || dy/dx == -1) && (dy%dx == 0))){
				attack = 1;
				break;
			}
		}
		if (!attack)
			nqueens(board, filled);
	}
	return 0;
}
 
main() {
	int *board = (int *)malloc(sizeof(int)*N);
	nqueens(board, -1);
}

เสร็จแล้วก็ลองเขียน Python อีกโปรแกรมหนึ่ง

def nqueens(board, filled):
	global N
	if filled == N-1:
		for i in board:
			print "%d\t" % board[i],
		print
		return True
	filled+=1
	for i in xrange(0, N):
		board[filled] = i
		attack = False
		for j in xrange(0, filled):
			dy = board[j]-board[filled]
			dx = j - filled
			if board[j] == board[filled] or ((dy/dx == 1 or dy/dx == -1) and dy%dx==0):
				attack = True
				break
		if not attack:
			nqueens(board, filled)
	return 0
N=10
board = [0]*N
nqueens(board, -1)

ทดลองรัน (ด้วย N=10) แล้วจับเวลาง่ายๆ ด้วย time ก็จะได้ผลเป็น

Go C Python
real 0m0.165s 0m0.041s 0m1.048s
user 0m0.116s 0m0.029s 0m1.028s
sys 0m0.040s 0m0.002s 0m0.015s

ประสิทธิภาพแบบคร่าวๆ ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว ไม่ได้แย่กว่า C นัก แต่ไม่รู้ว่าผมชินกับภาษา C มากเกินไปหรือเปล่า ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ งงๆ กับ syntax ของ Go มันดูไม่ค่อยสวยงามยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก เหมือนแค่เอา C มาตัดบางส่วนออก เพราะกลัวจะพิมพ์เยอะเกินไป มันเลยดูขัดๆ อีกอย่าง Go ก็ไม่ได้เขียนสั้นๆ ง่ายๆ ได้เหมือน Python ผมว่าโครงสร้าง syntax ของ C กับ Python สวยงามกว่าเยอะ แต่ผมก็ยังไม่ลอง concurrent programming ที่เป็นจุดขายของ Go เหมือนกัน เอาไว้หนีงานมาลองใหม่คราวหน้าละกัน

programming , , ,

ฟอนท์ Inconsolata กับ LaTeX

July 4th, 2009

Inconsolata เป็นฟอนท์สำหรับโปรแกรมเมอร์ (หมายถึงฟอนท์ความกว้างคงที่สำหรับแก้ไขโปรแกรม) ที่ออกแบบโดย Raph Levien ซึ่งผมใช้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากชอบรูปร่าง สัดส่วนของตัวอักษร เมื่อไม่นานนี้มีคนใจดีนำฟอนท์นี้ไปทำเป็นแพคเกจสำหรับ LaTeX ซึ่งสามารถโหลดได้จาก http://ctan.org/pkg/inconsolata ทำให้ผมสามารถนำฟอนท์นี้มาใช้สำหรับแสดง code บนสไลด์ที่ใช้ประกอบการสอน (ผมใช้ LaTeX Beamer สำหรับทำสไลด์)

แต่เทอมนี้ผมสอนวิชา Computer Architecture ซึ่งพูดถึงพวก machine code และ assembly code เต็มไปหมด จึงคิดว่าการใช้เลขศูนย์แบบมี / คาด จะช่วยลดความกำกวมของเนื้อหาได้พอควร ผมจึงต้องแก้ไขแพคเกจเล็กน้อย เนื่องจาก Karl Berry ที่เป็นคนออกแบบแพคเกจ เลือกใช้ศูนย์แบบไม่มีคาดเป็นรูปร่างปกติสำหรับเลขศูนย์

พอลองดูข้อมูลรูปร่างของตัวอักษรต่างๆ ที่มากับฟอนท์แล้ว ก็พบว่ามีมาให้ทั้งสองแบบ คือ เลขศูนย์แบบปกติ กับเลขศูนย์แบบมี / คาดทับ ก็เลยลองไปดูไฟล์ fi4-ec.enc ซึ่งเป็นไฟล์ที่ใช้กำหนดว่า จะให้รหัสใดใช้รูปร่างตัวอักษรตัวไหนของฟอนท์ แล้วผมก็พบว่าไฟล์นี้ระบุว่า

/zero.noslash       %0x30

ผมก็เลยแก้เป็น

/zero               %0x30

ก็เป็นอันเรียบร้อย เพราะเป็นการบอกให้ LaTeX เลือกใช้เลขศูนย์แบบมี / คาดทับ สำหรับรหัส 0×30

จบแต่เพียงเท่านี้ :D

latex ,

จราจรกับหลักเหตุผล

June 28th, 2009

แม้ว่าผมจะขับรถเป็น สอบใบขับขี่มานานแล้ว (นานพอที่ทำให้มีใบขับขี่แบบตลอดชีพได้) แต่ผมเพิ่งจะได้ขับรถจริงๆ จังๆ แค่ประมาณ 4 ปีเท่านั้นแหละ หลังจากเริ่มมาทำงานนอกเมือง รถก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ ในการดำเนินชีวิต แต่ยิ่งขับรถในเมืองกรุงก็ยิ่งรู้สึกถึงความไม่มีเหตุผล อย่างเช่น

เวลาผมขับรถออกจากซอยหรือสถานที่อะไรบางแห่ง แล้วจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนน หลักเหตุผลของผมก็คือ ผมควรจะหันไปมองเฉพาะรถทางด้านขวา ถ้าไม่มีรถวิ่งมาผมก็น่าจะออกรถไปได้เลย แต่ผมก็พบว่ามันไม่ถูกต้อง ผมต้องมองทั้งด้านซ้ายและขวา (หลายๆ หน) เพราะด้านซ้ายมักจะมีพี่มอเตอร์ไซค์ (หลังๆ รถยนต์ก็เอาด้วย) วิ่งสวนทางมาเสมอ แถมบางคนยังไม่มีทีท่าจะหยุดหรือชลอด้วย

เวลาเจอทางแยกหรือทางโค้ง ที่มีการแบ่งเลนแยกทางเดินรถ ซึ่งผมควรจะขับรถตรงต่อไปตามทางของผม เหตุผลแบบการจราจรไทย คือ ผมควรจะต้องชลอรถบ้างเป็นบางครั้ง เพราะจะมีรถยนต์ (โดยเฉพาะแท็กซี่) ที่เลือกเข้าช่องทางผิด จะพยายามถอยหลังช้าๆ เพื่อย้อนมาตรงทางแยก จะได้เปลี่ยนทางได้โดยไม่ต้องไปหาทางกลับรถ เหตุการณ์นี้จะแปรผันตรงกับราคาน้ำมัน ยิ่งน้ำมันแพงจะยิ่งพบบ่อยมาก เลิกเถอะครับ ผมไม่ได้กลัวรถพี่โดนชนหรอก แต่ผมกลัวผมชนรถพี่ แล้วผมต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้

เวลาผมขับรถมาตามทางตรงปกติ แล้วเจอทางแยกซึ่งผมจะเลี้ยวขวา ผมก็ควรจะดูรถทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เพราะพี่ที่ขับรถมาข้างหลังอาจจะใจร้อน แซงรถผมออกทางขวา และเลี้ยวขวาไปพร้อมๆ กัน ทำให้รถผมที่กำลังหักเลี้ยวขวา ไปประจันด้านข้างของรถพี่เขาได้พอดี

นอกจากนี้ถ้าผมขับรถอยู่เลนซ้ายสุด ด้านซ้ายของผมมีแต่ไหล่ทาง ผมก็ไม่ควรจะขับชิดไหล่ทางจนเกินงาม มิฉะนั้นอาจจะโดนบีบแตรไล่ โดยพี่ที่ขับรถตามมา ซึ่งอาจจะรู้สึกไม่ทันใจ ก็จะแซงซ้ายมาทางไหล่ทางได้ และถ้าริจะขับอยู่เลนซ้าย ก็ควรจะขับรถให้เร็วพอสมควร เพราะพี่บางคนก็อาจจะเปิดไฟสูงไล่ หลังจากที่พี่เขาไล่รถทางขวาแล้วไม่หลบให้ เขาก็จะมาไล่รถทางซ้ายด้วย (แล้วจะให้ตู หลบไปขับเลนไหนฟะ)

สุดท้ายผมรู้สึกว่าปัญหาการจราจรเมืองกรุงจริงๆ แล้วแก้ไม่ยากครับ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไร ไม่ต้องสร้างถนนหรือสะพานลอยฟ้าหลายๆ ชั้นหรอก ผมรู้สึกว่ามันแก้ง่ายๆ ที่วิธีการใช้รถใช้ถนนของคนกรุงนี่แหละครับ ผมไม่เข้าใจว่าเราจะใจร้อนกันไปถึงไหน (ช่วงหนึ่ง ผมก็เคยใจร้อนมากๆ นะ แต่ความสามารถในการปาดไปปาดมาไม่ถึงเลยเลิกแล้ว) ขับรถก็ค่อยๆ ไปก็ได้ครับ ไปถึงช้าอีกนิดนึงก็คงไม่ทำให้เสียเงิน หรือเสียอะไรมากนักหรอก อย่างเช่น ถ้ารถมันติด (อาจจะเกิดจากคอขวดข้างหน้า) รถข้างหน้าวิ่งช้ากันอยู่แล้ว พี่ๆ ก็อย่าแซงซ้ายหรือขวา เปิดช่องทางใหม่ไปเบียดเข้าเลย ถ้าพี่ๆ ไม่ทำแบบนั้นผมว่ามันก็ไปกันได้เรื่อยๆ เสียเวลาไม่นานหรอก พอพี่ๆ ไปเบียดแทรกกัน สุดท้ายก็ไปกันได้ไม่กี่คัน ที่เหลือติดกันยาวเป็นหางว่าว พี่ก็ไปกินช่องคนอื่น ทำเอาคนที่ไปต้องติดพลอยติดไปด้วยอืก (กรณีนี้ผมอยากให้ตำรวจไปจับมากที่สุด แต่เวลารถติดๆ ตำรวจก็มักจะไม่จับ)

ผมว่านอกจากรณรงค์เมาไม่ขับแล้ว เราน่าจะมารณรงค์ขับแล้วไม่ใจร้อนด้วยครับ

thought ,

เขียนโปรแกรมกันเถอะ

June 7th, 2009

เมื่อวานนี้อ่านข่าวบน /.jp แล้วเจอบทสัมภาษณ์ประธานบริษัท NTT Data ซึ่งเป็นบริษัท IT ในกลุ่ม NTT

若い時にプログラムを書こう、必ず人生の豊かさにつながる
– 山下徹 NTTデータ社長

แปลเป็นไทยได้ความว่า

เขียนโปรแกรมกันไปเถอะในช่วงที่อายุยังน้อย, สิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับความรุ่มรวยในชีวิตอย่างแน่นอน
– โทรุ ยะมะชิตะ ประธานบริษัทเอ็นทีทีดาต้า

ถ้าอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มแล้ว จะมีประเด็นต่างๆ อยู่หลายประเด็น แต่ในฐานะคนสอนหนังสือเด็กปริญญาตรี ผมสนใจประเด็นการเขียนโปรแกรมเป็นหลัก เพราะปัจจุบันผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่สามารถทำให้เด็กๆ ที่สอนอยู่ หันมาชอบ สนใจและตั้งใจที่จะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ แม้ว่าเด็กๆ เหล่านั้นจะเรียนในสาขาที่โลกภายนอกคาดหวังว่า เมื่อจบแล้วจะต้องมีทักษะในการเขียนโปรแกรมที่เพียงพอ

จริงอยู่ว่าเด็กส่วนใหญ่จะพอเขียนโปรแกรมได้ อาจจะใช้วิธีตัดแปะเอาบ้าง หาทางเอาตัวรอดกันไปได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่าการเขียนโปรแกรมเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องน่าเบื่อ เป็นงานคนชั้นล่าง (เหมือนผู้ใช้แรงงานในสังคมไอที) โดยเฉพาะค่านิยมอันหลังนี้ เป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าเราไม่สามารถเป็น system analyst เป็น project manager ที่ดี หรือเป็นตำแหน่งต่างๆ ที่บางบริษัทบอกว่าเป็นเหมือนยอดปิระมิดได้ โดยไม่มีพื้นฐาน ทักษะการเขียนโปรแกรม หรือไม่รู้ว่าถ้าออกแบบไปอย่างนี้แล้วคนที่เอาไป implement เขาจะทำยังไง

ผมตั้งใจว่าต่อไปนี้ผมพยายามลบค่านิยมนี้ออกจากเด็กๆ ที่เข้ามาเรียนในภาค แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยาก เพราะแนวความคิดว่างานบริหารจัดการเป็นงานสบายเป็นเรื่องที่ฝังรากลึกไปแล้ว รวมถึงการเสนอทางเลือกที่ดูเหมือนดีกว่า ว่าการเรียนวิธีการบริหารจัดการโดยตรงก็สามารถเข้าใจวิธีการ และเทคนิคต่างๆ ได้ สามารถเริ่มงานโดยเป็นผู้บริหารได้เลย ไม่จำเป็นต้องทำงานต๊อกต๋อยเหมือนพวกที่เรียนเขียนโปรแกรม เขาทำแค่ออกแบบ เสนอแนวความคิด ที่เหลือก็ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ทำก็หมดเรื่อง

จริงอยู่ ที่เด็กที่จบจากภาคผมทุกคนไม่จำเป็นต้องไปทำงานเขียนโปรแกรม มีงานที่น่าสนใจอีกเยอะ แต่ผมก็เชื่ออย่างประโยคข้างบนว่า ทักษะการเขียนโปรแกรมจะชักนำไปสู่ความรุ่มรวยในชีวิตการทำงาน ทำให้เรามีทักษะที่เพียงพอในการทำสิ่งต่างๆ สำเร็จไปด้วยดี

ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับตัวผมเอง ก็คือ ผมรู้สึกว่าผมยังไม่รู้ ไม่มีวิธีดีๆ ที่จะสอนให้เด็กๆ เข้าใจความสนุกสนาน แล้วความน่าสนใจของการเขียนโปรแกรมได้ คงต้องพยายามกันต่อไป

อ้างอิง: http://slashdot.jp/developers/09/06/05/066228.shtml

thought ,